Krit's profileNotes on insight meditat...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
|
March 16 แมวกวัก แมวบอกข่าว
เมืองไทยมีอนุสาวรีย์หมู อนุสาวรีย์หมา แต่ดูเหมือนว่า ยังไม่เคยมีอนุสาวรีย์แมว
ในหนังสือ “สัตว์นิยาย” ส.พลายน้อย เล่าตำนานแมวญี่ปุ่น ตัวสำคัญ
ผู้หญิงคนหนึ่ง ชื่อนางยูสุกูโม รักแมวเลี้ยงแมวตัวหนึ่ง แมวก็รักตอบเจ้าของเป็นปกติ บางครั้งก็วิ่งมาเคล้าแข้งเคล้าขา เบื่อนายก็ไปวิ่งไล่จับหนู
วันหนึ่ง แมวเริ่มแสดงอาการผิดปกติ ไม่ว่านางยูสุกูโม จะเดินไปทางไหน มันก็วิ่งตามติดไปด้วย ไม่วิ่งตามเปล่า ยังดึงเสื้อผ้า เป็นทำนองว่า
ไม่ให้ไปไหนเรื่องของความรัก ไม่ว่าระหว่างคนกับคน หรือคนกับแมว ถ้าเกื้อกูลกันพอดี ก็ไม่มีปัญหา แต่นี่แมวเล่นรักมากกว่าธรรมดา
คนถูกรักก็ชักรำคาญ
ตัวนางยูสุกูโม รำคาญไม่หนักหนา แต่เพื่อนชายกลับยิ่งรำคาญกว่า เขาพยายามไล่แมวไปให้พ้น ไม่เพียงแมวไม่ยอมไป แมวยังเกาะนายหญิงไว้แน่น
นิทานไม่ได้บอกว่า เพื่อนชายของนายแมวเป็นซามูไรหรือไม่ แต่เล่าต่อว่า เขาโกรธมาก
ชักดาบออกมาฟันทีเดียว แมวคอขาดกระเด็น
แทนที่แมวจะชักดิ้นชักงอตาย เกิดปาฏิหาริย์ คอแมวที่ขาดกลับกระเด็นขึ้นไปบนเพดานบ้าน
และเมื่อมันตกลงมา มันก็คาบเอางูใหญ่ตัวหนึ่งลงมาตายพร้อมกันไปด้วย...
เหตุการณ์ตรงหน้า นางยูสุกูโม จึงเข้าใจ เหตุที่แมววิ่งไล่ พันขา ก็เพราะต้องการเตือนให้ระวังภัยจากงูที่อยู่บนเพดานนั่นเอง
ยูสุกูโม เสียใจ อาลัยรักแมวมาก ทำฮวงซุ้ยให้ วันๆก็เอาแต่นั่งร้องไห้อยู่ด้านหน้า
ต่อมา นักแกะสลักไม้คนหนึ่ง เห็นนางยูสุกูโมก็สงสาร สลักไม้ให้เหมือนแมวตัวที่ตาย ในท่ายกขาหน้าซ้ายขึ้นแตะหูซ้าย
นางยูสุกูโม พอใจมาก หล่อนนั่งเล่นกับมัน ถึงเวลาก็หาอาหารให้มันกินทุกวัน
ความรักความผูกพันระหว่างคนกับแมวคู่นี้ เล่าขานกันทั่วญี่ปุ่น
ต่อมาก็มีการทำรูปแมวยกขาซ้ายแตะใบหูซ้าย ซึ่งเรียกภาษาญี่ปุ่นว่า มาเนกิ-เนโก หรือแมวกวัก ด้วยไม้ ดินดิบ ดินเผา หรือโลหะ
พ่อค้าแม่ค้าชอบนำไปวางไว้หน้าร้าน เป็นนัยว่า มีแมวกวักเรียกลูกค้า
เล่ากันว่า พวกเกอิชา ที่รอลูกค้าหนุ่มหล่อมีเงิน นิยมใช้แมวกวักกันมาก
เหตุที่นิยมแมวกวัก เพราะมีความเชื่อเดิมๆว่า เมื่อใดที่แมวยกขาหน้าขึ้นเหนือหูซ้าย
แสดงว่า วันนั้นจะมีแขกมาหาถึงบ้าน
ส.พลายน้อย บอกว่า แมวทำกิริยาเดียวกัน มีความเชื่อว่าคนจะมาหาเหมือนกัน ในฟิลิปปินส์ ในไทย ไม่เรียกว่าแมวกวัก แต่เรียกว่าแมวล้างหน้า
ตอนนี้ บ้านใครที่เลี้ยงแมวไว้ ต้องคอยดูแมวเอาไว้บ้างนะครับ...ถ้าเห็นตัวไหนทำท่ากวักหรือล้างหน้า...ก็ต้องทำใจเตรียมรับ “คนที่กำลังจะมาถึงบ้าน”
กวักตอนกลางวันอาจเป็น ลูกค้าเพื่อนหรือ ญาติพี่น้อง กวักดึก ๆ อาจเป็นแขก โจร หรือ ผี หูยยยย..
ปล.
ตรวจร่างกายที่แรกมาแล้ว
ปรากฏว่าโรคที่เป็นนี้รักษาไม่หายแน่
แต่ยังไม่ขอบอกว่าโรคอะไร ไว้ตรวจอีกโรงพยาบาลก่อน ค่อยฟันธง อึ๋ยส์สสส.....วัยรุ่นเซ็ง
May 13 ปัญญาลิงเมื่อเช้าฟังข่าวว่า ลิงกัง ที่จังหวัดนึง เดี๋ยวนี้ไม่อยู่ตามวัฐจักรของมันเท่าไหร่ ไม่กินผลไม้ ไม่อยู่บนต้นไม้เพราะมีนักท่องเที่ยวซื้อขนม
ที่ชาวบ้านมาวางขาย มาให้เป็นอาหาร ลิงก็ติดในรสเพราะขนมนั้นใส่ผงชูรสเยอะ บางตัววิ่งกระโดดแย่งถุงขนม
บางตัวขโมยขนมในร้านชาวบ้าน หรือบางตัวหิวจัด ขู่แยกเคี้ยววิ่งแย่งขนมจากเด็ก ในความกร้าวร้าวของลิงที่ผิดธรรมชาตินี้
ดูแล้วก็เข้าใจ เพราะมันเป็น สัตว์เดรัจฉาน ไม่มีปัญญา มีแต่สัญชาติญาณการอยู่รอด ....
ผมก็แอบคิดถึงคนในปัจจุบันที่นิสัยคล้ายลิง
วานก่อนผับโคโยตี้แถวบ้านผม ยิงกันตาย 3 ศพ แต่ไม่เป็นข่าว เหตุเกิดประมาณว่าแย่งสาวโคโยตี้กัน
ผมย้ายมาอยู่แถวนี้ เมื่อ 3ปีก่อน แต่ก่อนมีแค่อาบอบนวดเล็ก ๆ แห่งเดียว ไม่มีผับ ไม่มีคาราโอเกะ ฯ ระแวกนั้นเปิดกิจการอะไรก็เจ๊งเสมอ ผมเห็นว่าเป็นอย่างนั้นจริง ๆ ร้านโคโยตี้แต่ก่อนก็เป็นร้านเช้าVDO เปิดไม่ทัน 4 เดือนก็เจ๊ง ร้านที่เปิดแล้วไม่เจ๊งคือร้าน คาราโอเกะ ผับ ฯ จนกระทั้ง ปัจจุบัน แถวนี้มีแต่ ร้านอบายมุขทั้งนั้น ตั้งแค่อาบอบนวด โคโยตี้ ผับ คาราโอเกะ เอ็นเตอร์เทนเม้นต์คอมเพล็ก ฯ... วันมาฆะบูชาที่ผ่านมา ปกติร้านเหล้าเล่านี้ต้องปิด เพราะตรงกับวันพระใหญ่ ทางราชการไม่ให้เปิดทำการ ลูกค้าแถวนี้ไม่พอใจที่ร้านปิด
ชักปืนยิงกระจกร้าน แล้วส่วนต่าง ๆ ซะพรุน หลังจากนั้น ก็ก่อเหตุยิงแย่งสาวกันเรื่อยมา หนักเข้าถึงขั้นปิดถนนยิงกันก็มี...
มันดูหนังกันมากไปรึเปล่า?
.. อย่าว่าแต่หนุ่มที่ยิงแย่งสาวโคโยตี้ เด็กนักเรียน ม. ปลายก็ยิงสาวทิ้งเนื่องจาก เขาตีจาก เป็นข่าวอยู่พักนึง
ปัญหาสำคัญอยู่ที่ว่า ทำไมปืนถึงหาง่ายนัก ลูกค้าผมบอกว่า แถวนี้เป็นเมืองมือปืน... ปืนหาง่ายกว่ายาบ้าอีก
คนที่ปล่อยของ ทั้งปืน ทั้งยา ไม่ใช่ใคร แต่เป็น _ _ _ _ จ ไม่ขอเอ่ยนะครับว่าฝ่ายไหน ( เดี๋ยวซวย )
เด็กรุ่นหลัง ๆ ที่โตมา มีเงินเยอะ ซื้อมือถือ มอไซด์ รถเก๋ง ฯ อายุยังน้อยแต่ทำไมมีเงินซื้อของมาก มายขนาดนี้ลูกค้าผมอีกหลาย ๆคนบอกว่า สาเหตุที่รวย 1. พ่อแม่มีฐานนะ 2.ก๊อปปี้แผ่น CD ปลอมขาย
3. เป็นเอเย่นต์ยาบ้า 4.ผู้หญิงขายตัว หรือ5.รับจ้างเป็นมือปืน....
ผมฟังแล้วก็เซ็ง ๆ สังคมวัตถุกลียุค อนาคตจะมีมากยิ่งขึ้น ลูกค้าผมสำทับอีกว่า เด็กสาวที่ขายตัว ถ้าขายขำ ๆ ก็ยืนตามป้ายรถเมล์
ออฟชั่นไม่เยอะ แต่ถ้าสวย ขายเป็นเรื่องเป็นราว ก็ขายผ่านอินเตอร์เน็ท ศัลยกรรมให้สวยเด้ง และขับรถบริการถึงที่...
ทุกคืนวัน ศุกร์เสาร์ แถวบ้านจะมีแก๊ง มอไซด์ เป็นร้อยๆ คัน ...เมื่อคืนนี้ผมก็ขับผ่านช่วงถนนแถวบ้าน
เวลาประมาณเกือบเที่ยงคืน รถเก๋ง กะบะ เกือบ 50คัน รถมอไซด์เป็นร้อย ๆ คัน จอดข้างทางเตรียมปิดถนน เหมือนในหนังมาก แต่ก็ไม่เห็นตำรวจจัดการอะไรเลย และเช้านี้มีข่าวว่า จบลงด้วยการ ยิงแย่งสาว.. ถึงโลกนี้จะมองว่าผู้ชายมีอำนาจเหนือผู้หญิง แต่เหตุการณ์ข้างต้นบ่งบอกว่า ผู้หญิงนั้นเหนือกว่าชาย
ยิงกันตายเพื่อผู้หญิงชั่วคราว
คิดอย่างนี้แล้วบางคนในปัจจุบัน สติปัญญาแทบไม่ต่างจากลิงกังเท่าไหร่ หิวก็ขู่ อยากก็กร้าวร้าว ไม่ได้ก็ยิงทิ้ง
นึกว่าย้ายมาอยู่ชานเมืองแล้วสังคมจะดีขึนบ้าง แต่ที่รู้สึกอยู่ทุกวัน ออกแนวสวาทเถื่อนซะงั้น T_T เศร้า... March 23 ปริศนาผีอีนากสมัยรัชกาลที่ 5 ช่วงที่สมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพ เป็นนายทหารรักษาวังหลวง
ทรงเขียนชื่อผู้ที่มีชื่อเสียงหลายชื่อ ถามคนที่เข้า ๆ ออก ๆ ประตูวังว่า รู้จักใครมากที่สุด
(เหมือนทำโพลเช็คเรทติ้ง)
สรุปว่ามี ท่านขรัวโต (สมเด็จพุฒาจารย์ วัดระฆัง) พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก
( รัชกาลที่1) และอีนากพระโขนง
น่าแปลกที่คนกลับรู้จักอีกนากพระโขนงมากที่สุด
รัชกาลที่ 6 ขณะดำรงพระยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ กำลังศึกษาอยู่ประเทศอังกฤษ
ได้ทรงแต่งเรื่อง...นากพระโขนง 2 เป็นภาษาอังกฤษ ต่อมาจึงมีฉบับภาษาไทย
พ.ศ.2455 เรื่องอีนากก็ถูกปรุงแต่งให้เป็นละครร้อง ผู้ปรุงแต่งใช้นามปากกาว่า หมากพญา
หรือพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระนราธิป ประพันธ์พงษ์
คนไทยเริ่มรู้จักนายมาก ผัวอีกนาก จากละครร้องเรื่องนี้เอง
พ.ศ.2467,2474,2481 มีคนแต่งเรื่องแม่นากพระโขนงเป็นนิยายคำกลอน
พ.ศ.2473 มหาอำมาตย์ตรีพระยาทิพโกษา เล่าเรื่องผีอีนากไว้ในประวัติสมเด็จพุฒาจารย์โต ขรัวโตท่านไปป่าช้า วัดมหาบุศย์ เรียกนางนากขึ้นมา เจาะเอากระดูกหน้าผากนางนากมาลงยันต์
ทำเป็นปั้นเหน่งคาดเอว
ปี2471 ขุนชาญคดี เขียนเรื่องผีนางนาก ในนสพ. บางกอกการเมือง ต่อมาเรื่องผีนางนาก
ก็กลายเป็นลำตัด เป็นหนังสือฝึกอ่านสำหรับเด็ก เป็นละครวิทยุ เป็นหนังสร้างกันนับครั้งไม่ถ้วน
หลักฐานสุดท้าย น่าสนใจมาก ก.ศ.ร.กุหลาบ (เกิดสมัยร.3 พ.ศ.2377 ตายสมัย
ร.6 พ.ศ.2464) เขียนไว้ในหนังสือสยามประเภท ฉบับมีนาคม พ.ศ.2442 ว่า
พระศรีสมโภช (บุศย์) ผู้สร้างวัดมหาบุศย์ เล่าเรื่องอำแดงนากพระโขนง ถวายพระเจ้า
บรมวงศ์เธอ กรมสมเด็จพระปรมานุชิตชิโนรส เสด็จอุปัชฌาย์ของนายกุหลาบ...ฟังว่า
ในราชการที่ 3 อำแดงนาก บุตรขุนศรี นายอำเภอ บ้านอยู่ปากคลองพระโขนง ภรรยานายชุ่ม
ตัวโขนทศกรรฐ์ ในพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษ์มนตรี... คลอดลูกตาย
ศพฝังป่าช้าวัดมหาบุศย์ ฝังแล้วก็หาได้มีปิศาลหลอกหลอนผู้ใดไม่ เป็นแต่ลูกชายหวง
ทรัพย์สมบัติของบิดา กลัวบิดามีภรรยาใหม่ จึงทำอุบายใช้คนไปขว้างปาชาวเรือตามลำคลอง
ริมป่าช้า ตัวบุตรชายแต่งกายคล้ายมารดา กระทำกิริยาเป็นผีดุร้าย หลอกคน หลอกชาวบ้าน
จนกลัวกันทั้งพระโขนง
สรุปเรื่องผีแม่นากตามคำบอกเล่าของนายกุหลาบ เกิดสมัย ร.3 ตัวตนของแม่นากเคยมีจริง
แต่ผีที่เล่าลือกัน เป็นผีปลอม
รายละเอียดเรื่องแม่นาก ผมอยากให้ไปหาอ่านจากหนังสือ เปิดตำนานแม่นากพระโขนง
คุณเอนก นาวิกมูล รวบรวมไว้ให้อ่านครบทุกด้าน อ่านแล้วเกิดปัญญา... ได้ดวงตาเห็นธรรม
เรื่องของความเชื่อ... ถ้าเริ่มต้นกันให้ชัด ๆ ว่า จริงๆ แล้วผีไม่มีในโลก เมื่อแน่ใจว่าผีไม่มี องค์เทพ องค์เทวี ซึ่งเป็นผีชั้นสูง ก็เป็นเรื่องโคมลอย เสกสรรปั้นแต่งกันขึ้นเอง
แต่ก็ไม่น่าเชื่อเลย วันนี้ ทั้งพระทั้งเทพทั้งผีตีตั๋วอยู่สวรรค์ชั้นเดียวกัน พูดจาภาษาเดียวกัน ทั้งร่างทรงทั้งองค์พระ ช่วยกันปั้ม ช่วยกันเสกองค์เทพ ออกขายเหมือนสินค้า
เมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นผี...ถึงจะหลอกได้ แต่ก็คงไม่นาน....ไม่น่ากลัวเท่าคนหลอกคนด้วยกัน ไม่ว่าบ้านไหนเมืองไหน คนโง่ก็มักเป็นเหยื่อคนฉลาด อยู่วันยังค่ำแหละครับ. |
|
|