個人檔案Notes on insight meditat...相片部落格清單更多 工具 說明

部落格


11月2日

เทวดานอกครู

เทวดานอกครู 
 
 
เทวดานอกครูเทพเจ้าตามคัมภีร์ฮินดูที่พอรู้จักมากมายหลายองค์ สืบสาวกันให้ดีๆ ทุกองค์ไม่ได้มาแบบโดดเดี่ยวองค์เดียว
ทุกองค์มีความสัมพันธ์กัน ไม่ด้านใดก็ด้านหนึ่ง
 
หากถามว่าใครเป็นผู้ให้กำเนิดพระเสาร์ คุณธนาทิต เขียนไว้ในหนังสือ ตำนานเทพเจ้าและอสูรว่ามีอยู่สององค์
พระอิศวร และพระอาทิตย์
คัมภีร์เฉลิมไตรภพ เป็นคัมภีร์ที่ใช้ในทางโหราศาสตร์ เขียนว่าพระเสาร์ มีกำลัง 10 แต่ไม่ใช่ 10 แรงม้า พระเสาร์ขี่เสือโคร่ง
จึงต้องถือว่ามีกำลัง 10 แรงเสือโคร่ง  ที่มาของกำลัง 10 เริ่มเมื่อพระอิศวร ท่านเรียกเสือโคร่ง 10 ตัว
มาเสกให้เป็นผงแล้วห่อผ้าสีดำสลัว รดด้วยน้ำอมฤต จึงเกิดเป็นพระเสาร์
 
คัมภีร์อีกเล่มเขียนว่า พระอาทิตย์มีเมียชื่อนางสัญญา อาจเพราะอาทิตย์ขยันชักรถส่องแสงเวลากลางวัน
แต่ไม่ขยันทำการบ้านกลางคืน นางสัญญาเบื่อหนีไปบำเพ็ญพรต เป็นโยคินี (โยคีหญิง) อยู่ในป่า
 
แต่กระนั้นนางสัญญาก็ยังห่วงหน้าที่ เนรมิตเงาทำหน้าที่ภรรยาแทน จึงได้อีกชื่อว่านางฉายา พระอาทิตย์หลงรูปจูบเงาอยู่ไม่นาน
ก็เกิดโอรส ชื่อพระเสาร์ คัมภีร์นี้ พระเสาร์เป็นลูกพระอาทิตย์
 
พระเสาร์มีทั้งปางสองกร และสี่กร ปางสองกร ถือไม้เท้ากับแจกัน (หรือลูกประคำ) ปางสี่กร ถือธนู ทวน และศูล (หอกสั้น)
รูปกายสีดำเป็นนิล มีเปลวรัศมีเจ็ดแฉก นัยน์ตาดุ  แต่เคลื่อนไหวไปไหนมาไหนช้า เพราะขาพิการ
 
เหตุที่ทำให้พระเสาร์ขาพิการ...คัมภีร์บอกว่า พระเสาร์ได้ ชายาขี้หึงมาก
 
พระชายาทนเห็นพระเสาร์เอาแต่เข้าฌาน ก็คิดว่ามีใจให้หญิงอื่น จึงสาปว่าถ้าพระเสาร์มองผู้ใด
(ตั้งใจให้เป็นผู้หญิง) ขอให้ผู้นั้นวิบัติ
 
ในวันที่พระอิศวรใช้เทวฤทธิ์สร้างพระโอรสองค์หนึ่งเป็นจอมทัพ ปราบอสูร ทวยเทพเทวัญทั้งชั้นฟ้า
ก็เสด็จไปร่วมแสดงความยินดี งานระดับไฮโซฯอย่างนี้ พระเสาร์ก็ต้องไป
 
พระอุมาเห็นพระเสาร์ เอาแต่ก้มหน้า ไม่ทรงเชื่อว่าคำสาปของพระชายาพระเสาร์จะขลัง ออกปากอนุญาตให้พระเสาร์
มองพระโอรสได้   พระเสาร์รู้เภทภัย...จะถึงตัว ขอให้พระยมช่วยเป็นพยาน แล้วก็เหลือบตามองพระโอรส
ทันทีนั้นเศียรพระกุมารก็มอดไหม้ เป็นจุณ ความเสียพระทัย พระอุมาลืมองค์ โกรธพระเสาร์ ชี้ไปที่ขาซ้ายพระเสาร์
พระเสาร์จึงกลายเป็นเทพขาพิการ ไปด้วยประการฉะนี้
 
 
ส่วนพระโอรสที่เศียรขาด คัมภีร์เล่มนี้เขียนว่าพระวิศวกรรม อาสาไปตัดหัวช้างมาต่อ พระอิศวรก็ทรงชุบชีวิตให้ นี่คือที่มา...
ของเทพเจ้าแห่งมวลชนองค์สำคัญ ชื่อ...พระคเณศ
 
เทพเจ้าบนชั้นฟ้าแต่ละองค์ท่านก็มีความสัมพันธ์กันอย่างนี้แหละครับ...ถ้าไม่มีพระอาทิตย์ ก็คงไม่มีพระเสาร์
ถ้าไม่มีพระเสาร์ วันนี้เราคงไม่มีพระคเณศ เทพเจ้าประหลาดตัวเป็นคนเศียรเป็นช้าง
 
เหล่านี้คือเรื่องราวของเทพเจ้า ที่บันทึกเป็นหลักฐานในคัมภีร์โบราณ ตั้งแต่สมัยหลายพันปีที่แล้ว
ส่วนเทพองค์ที่เพิ่งมามีชื่อ เมื่อสักยี่สิบปีที่ผ่านมา ซื้อขายเหมือนสินค้าขายดีในวันนี้ ถ้ายึดหลักโบราณ
 
ก็ต้องว่าเป็นเทพนอกตำรา เทวดานอกครู
 
แต่ถ้าอัญเชิญท่านมาแล้ว...ไม่จน ก็ไม่เป็นไร แต่ถึงวันที่เกิดจนขึ้นมา ซื้อแพงแล้วขายท่านไม่ได้
เพราะหมดกระแสปั่น ก็เป็นเรื่องตัวใครตัวมัน! กรรมใครกรรมมัน!
 
 
ปล. อัพสเปชช้าไป 1 อาทิตย์ เพราะว่า เข้าสเปชไม่ได้เลย ไม่รู้ว่า เครื่องเสียง หรือ เมนสเปชล่ม ^^'
 
10月21日

ของขลัง

วัสดุมงคล 
 

ส่วนผสมของเนื้อพระสมเด็จวัดระฆัง หรือวัดบางขุนพรหม (วัดใหม่อมตรส)...ตรียัมปวาย...อธิบายไว้ละเอียดพิสดารมาก
 
ก. ปริมาณวัสดุ...
1. ปูนขาว วัสดุหลักเนื้อหาส่วนใหญ่ของพระ สมเด็จท่านใช้ปูนขาวทำจากเปลือกหอย (ปูนเพชร) เนื้อนุ่มละเอียด
เมื่อแข็งตัวแล้วเหนียวแน่นทนทานกว่าปูนหิน
 
2. ข้าวสุก...เล่ากันว่า กลับจากบิณฑบาต สมเด็จท่านแบ่งข้าวสุกออกเป็นสี่ส่วน ฉันเองส่วนหนึ่ง ให้ลูกศิษย์ส่วนหนึ่ง
ให้นกกาและสุนัขส่วนหนึ่ง ส่วนที่สี่ส่วนสุดท้าย นำมาตากแห้งแล้วบดเป็นผง ผสมสร้างพระ
 
3. เนื้อกล้วยหอม กล้วยหอมจันทร์ กล้วยน้ำว้า ใช้ทั้งเนื้อและเปลือก
 
4. น้ำมันตังอิว...เดิมทีเนื้อพระสมเด็จฯชุดแรกๆแตกร้าว...เมื่อหลวงวิจารณ์เจียรนัย ช่างทองราชสำนัก แนะนำให้ผสมตังอิว
ก็ได้เนื้อพระที่ไม่แตกร้าว ไม่กระด้าง ทั้งเกิดความนุ่ม
 
5 เมล็ดทราย...เป็นทรายพุทธคุณที่ปลุกเสกแล้ว ขาวละเอียด
 
ข. อิทธิวัสดุ
มวลสารที่อำนวยผลทางกฤตยาคม...จากผงวิเศษ 5 ประการ... ผงวิเศษเขียนจากแท่งผงดินสอพอง...
ผสมด้วย ดินโป่ง ดินตีนท่า ดินหลักเมือง เถ้าไส้เทียนในโบสถ์ ดอกกาหลง ยอดสวาท ยอดรักซ้อน ไคลเสมา....ฯลฯ
พลูร่วมใจ พลูสองหาง และน้ำมันหอมเจ็ดรส
 
ค.มงคลวัสดุ...
1. เกสรดอกไม้ เกสรบัวทั้งห้า โดยเฉพาะบัวที่บูชาในโบสถ์ พุทธรักษา สารภี ยี่สุ่น พิกุล บุนนาค กาหลง ชงโค โยทะกา รักซ้อน
2. เนื้อว่าน 108 ว่านพระเจ้าห้าพระองค์ ว่านมหาเศรษฐี เสน่ห์จันทร์ ฉิมพลี นางคำ ไพลดำ หอมแดง สบู่เลือด ฯลฯ
3. ทรายเงินทรายทอง...ผงตะไบจากแผ่นเงินแผ่นทอง ที่ลงอักขระเลขยันต์
4. น้ำมันจันทน์หอมพระพุทธมนต์ สำเร็จจากการปลุกเสกพระพุทธคุณ 108
5. เถ้าธูป...จากกระถางธูปหน้าที่บูชา หน้าพระประธานในโบสถ์ บดกรองให้ละเอียด
 
ส่วนผสมเนื้อพระสมเด็จเหล่านี้...เมื่อเป็นองค์พระ มีอายุยาวนานมากกว่าร้อยปี...
ผู้รู้...แนะเคล็ดลับในการดูพระแท้...ไว้แค่สามข้อ...กากดำ เม็ดแดง และก้อนขาว
 
กากดำ น่าจะเป็นเถ้าธูปส่วนที่ปริ่มมาอยู่ที่ผิวเนื้อ เม็ดแดง เศษอิฐแดงจากเตาเผาปูน...บ้างก็ว่า
ส่วนผสมจากเศษเนื้อพระกำแพงเพชรที่แตกหัก   ส่วนเม็ดขาว...เม็ดปูนที่เกาะตัวแน่น จนน้ำมันตังอิว ซึมเข้าไปไม่ได้
นี่คือจุดสังเกตสำคัญ ในการพิจารณาพระแท้อีก...จุดหนึ่ง
 
พระสมเด็จ...เริ่มสร้างเมื่อปี 2409 ครับ ถึงวันนี้เป็นสุดยอดแห่งการไขว่คว้า เศษเสี้ยวชิ้นเล็กๆที่แตกหัก
ขนาดปลายก้อย เคยมีคนกล้าซื้อถึง 2 แสน ..
 
พระเครื่องดี มีคุณค่าสูง...ดูจากแค่ส่วนผสม ก็เป็นแบบอย่างการผสมพระเครื่องของขลัง รุ่นหลังๆ
เถ้าศพเด็ก...ที่อุตรินำไปผสมทำของขลัง...ไม่ใช่วัสดุมงคล แต่ผมไม่แน่ใจ วัสดุอัปมงคลอย่างนี้ ผสมแล้ว...
จะเป็นเสนียดจัญไร ด้วยหรือเปล่า?

ชีวิตคนเราก็เหมือนกัน...ถ้าเลือกสิ่งดีมารวมกัน ก็จะได้ผลดี...มีอนาคต
แต่ถ้าเผลอปล่อยให้มีสิ่งไม่ดี เข้าไป  อนาคตก็อาจเป็นเสนียดจัญไร ไม่เป็นมงคลกับตัวเองแท้ ...
 
8月18日

ผีชะนี (มั้ง)

 ธุดงถ้ำธารรอด 48 
 
กลางเดือนมีนาคม 2548 วัดสมเด็จเจริญ ( วัดหนองผักแว่น) มีการบวชเณรภาคฤดูร้อน  ซึ่งเป็นโครงการของตำบลฯ
บวชกันประจำทุกปี  ๆละ2 ครั้ง  ครั้งแรก เดือนมีนา เป็น เด็ก ม ต้น มาบวช  และเดือนเมษา เป็นเด็กเล็ก6-7ขวบขึ้นไป
บวชระยะ 1 เดือน หรือถ้าหากเณรอยากบวชต่อก็บวชได้เป็นปี ๆ
 
ทุกปีจะมีการถวายความรู้พระเณร ในเรื่องต่าง ๆ และมีการเดินธุดงกันทุกปี ปีละ2 ครั้ง ๆละ 5-7วันผมได้มาวัดนี้เป็นปีที่ 3 ก่อนหน้านี้
เคยเดินธุดงแล้ว แต่เดินไม่ครบรอบ ก็ต้องกลับกทม.ก่อนทุกทีแต่ละปีพระอาจารย์ฯ จะพาไปเดินไม่ค่อยซ้ำกันเท่าไหร่
 
ปี2546 ท่านพระอาจารย์ เคยพาไปธุดงและพักแถว ลาวด้าแอร์  ...
มันไม่ใช่ชื่อตำบลหรืออำเภอ   แต่เป็นบริเวรที่ครั้งหนึ่ง  เครื่องบินโบอิ้ง747ของสายการบินลาวด้าแอร์ตก

ผู้โดยสารตายหมดเครื่อง 300 กว่าคน  
 
ผู้โดยสารเต็มเครื่อง300กว่าคน หาศพพบแค่ไม่ถึงร้อย...สำหรัลชาวบ้านแล้วแถวนั้นเป็นที่ต้องห้าม
เขาเชื่อว่าวิญญาณยังไม่ไปเกิดกัน ปีนั้นผมเป็นคนขับรถขนพวกเครื่องครัวไปรอ ณ จุด ๆ นึงในป่าบริเวรนั้น  ผมไปกับป้าแม่ครัวอีกคน  
ผมจะบอกว่าที่นี่ผมไม่ได้เห็นผีหรอกครับ แต่รู้สึกเหมือนมีคนมองมาตลอด... ป่าที่นี่แปลก  เงียบมาก ไม่มีเสียงแมลงหรือสัตว์อื่น
เงียบจนหมือนว่าอยู่ในห้อง แคบ ๆ ไม่มีรูระบายอากาศ

บรรยากาศเริ่มมาคุ    เมฆมา ฟ้ามืด  อากาศอบอ้าว  วังเวง  ต้นไม้ใหญ่  ดูใหญ่กว่าเดิม...
ไม่กล้าออกไปไกลรถนัก  ได้เห้นต้นหม้ใหญ่ ขนาดสัก 6คนผุ้ ใหญ่โอบ  เดินไปดูใกล้ ๆ  เย็นวาปหลังหลายครั้งทีเดียว         
น่ากลัวมาก....    รอไปจนถึงหัวทุ่ม  กลุ่มพระเณรกลุ่มแรกจึงมาถึง.....
สำหรับผมแล้วถึงไม่เจอ ก็ไม่อยากไปอีก  สุด ๆ เพราะมันเหมือนไม่ใช่ป่าเลย

กลับเข้าเรื่องเดิม   ... ปี48 นั้น ผมไม่ได้ทำหน้าที่ขับรถ  แต่ผมบวชพราหม์และได้เดินธุดงด้วย  
ปีนี้เดินแถวถ้ำธารรอดใหญ่  อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญฯ  โดยทั่วไปที่นี่ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวเท่าไหร่ 
เขาจะไปกันแต่ถ้ำธารรอดล่าง เพราะการเดินทางสะดวกกว่ามาก...
 
ได้มีการแบ่งกลุ่มการเดินธุดง  เป็น9กลุ่ม  กลุ่มนึงจะมีเณร 5-6รูป  พระ 1-2รูป โดยเดินทิ้งระยะเดินกลุ่มละ 20 นาที
ผมอยู่กลุ่มที่ 8  มีพระ1 รูป และสามเณร5 รูป เณรโตเดินนำทาง ... ผมกับพระ เดินท้ายกลุ่ม
พระอาจารย์กล่างเตือนเณรเฮ้ว ๆ ทั้งหลายว่าอย่าได้กระโตกกระตากในป่า  เพราะเจ้าป่าเจ้าเขา สิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง

ออกเดินทางหลังทานข้าวเช้าเสร็จ  ขึ้นรถสองแถวใหญ่   .. ขับพาไปจอดบริเวณชายป่า หลวงพี่กลุ่มผมนั้น เฮ้วไม่แพ้เณร  
ท่านเคยเป็นทหารมาก่อน ขอเรียกว่าหลวงพี่ ต.   ระหว่างเดินก็คุยขำ ๆ ( แต่ผมไม่ขำด้วย ) กับเณรว่า 
" ผีเผ๋อ น่ะไม่มีจริงหรอกเณร...  ถ้ามีหลวงพี่จะเตะโชว์เลย " 
 
เพราะด้วยความที่ท่าน ต. เป็นคนเมืองสมัยใหม่ แถม  เป็นถึงทหารยศร้อยตรีอีกด้วย  คือท่านไม่เชื่อเรื่องพวกนี้...
การเดินป่าลำบากมาก กระเป๋าผมขนาดใหญ่ เพราะใส่นมกล่องมาเยอะ หนักรวม 15 kg

ผมแพ้ป่า คันทั้งตัวเลยแถมระหว่างเดินผ่านคูน้ำ ดันมีปลิงมาเกาะอีก...  ขับถ่ายก็ลำบาก  ต้องถ่ายตามพุ่มไม้...
แต่ป่าที่นี่สวยงามและสมบูรณ์มากผมได้เห็นทั้งกิ้งก่าบิน  กระรอกบิน เสียงชะนีร้องตลอด ต้นไม้ใบใหญ่
และอีกสารพัดที่คุณไม่เคยเห็นในนิตยสาร .... ป่าแห่งนี้ไม่เหมืนที่ลาวด้าแอร์  เพราะมีความชุ่มชื่นสดใส
 
คืนแรกจุดหมายอยู่ถ้ำธารรอดใหญ่  เดินขึ้นเขา เวลาเกือบ 6โมงเย็น แดดยังสว่างอยุ่ แต่ในป่าต้นไม้ทึบ ก็ค่อนข้างมืดพอควร
เดินคุยขำ ๆ กันมาตลอดทาง สักพักป่าก็เงียบ  เหมือนตอนลาวด้าแอร์เลย
สายตาผมเลือบไปเห็น ญ สาวอายุไม่เกิน30 ยืนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่  ห่างไปทางขวาหน้าประมาณ20เมตร
ผมคิดว่าเณร ๆ คงไม่เห็นกัน เพราะยังเดินเฮอากันอยุ่  แต่ท่าน ต. ที่เดินข้างผมคงจะเห็นเพราะเริ่มสงบปากสงบคำ
ผมพยายามจะเดินผ่านไม่สบตา   แต่มันก็อดมองไม่ได้  ไม่รู้ทำไม

ญ สาวสวมชุดคลุมขาวเก่าๆ  ผมสีดำยาวยุ่ง เหมือนเพิ่งตื่นนอน  แต่แปลกคือ  มือเธอยาวมาก ยาวถึงหัวเข่า
สมองซีกซ้ายผมบอกว่า   สงสัยจะผีชะนีแง๋ ๆ .... T_T
 
สายตาผมมองหลวงพี่ด้วยความเห็นใจกันและกัน  และไม่ได้บอกเณร กลัวว่าจะเงียบกันไปใหญ่
เดินไปยังไม่ทัน10นาที ....  ท่านต.  สะกิดผมเบา ๆ ผมมองไป  ก็เห็น ญสาวชุดขาวคนเดิม..  แต่
เธอจูงลูกมาด้วย...    คุณลองนึกถึง ผู้ ญ แขนยาว ๆ จูงเดินอายุราว3-4ขวบ  และแขนยาวพอกัน....

เดินสวนกลุ่มผมมาจากหลังต้นไม้  และคราวนี้ เห็นกันทั้งกลุ่ม  เงียบกันหมด....   พอเธอเดินผ่านกลุ่มไป สัก 5ก้าว
ผมกับหลวงพี่ ต.  หันไปมอง  พร้อมกัน    ปรากฏว่า เธอหายตัวไป...

ผมจะสะกิดบอกหลวงพี่ต.    แต่ท่านกลับ วิ่งไปก่อนแล้ว  ผมเลยวิ่งตาม   เณรเห็นหลวงพี่กับผมวิ่ง   ก็ไม่รอกันล่ะครับ
เผ่นกันป่าราบ
ผมอยุ่กลุ่มที่ 8  แต่วิ่งไปจนทันกลุ่มที่ 7 และกลุ่มที่7ก็วิ่งพร้อมกลุ่มผมด้วยเพราะเห็นผมวิ่ง ก็ไม่ทันจะได้ถาม 
เผ่นกันมาทั้ง 2 กลุ่ม จนทันกลุ่มที่ 6
 
คืนนั้นระหว่างเดินทางมาครบกลุ่มกัน เป็นเวลาทุ่มกว่า หลวงพี่ ต.ก็ได้ถามทุกกลุ่มว่าเจอกันมั้ย  กลุ่มที่1-7 บอกว่าไม่เจออะไร
แต่กลุ่มผม และกลุ่ม 9 ( กลุ่มที่เก๋าที่สุด )  เพราะมีพระ+เณรที่บวชมานานเยอะ ( มีพระ 2 เณร 5)
แต่กลุ่มเก้าเจอ 3 รอบ   ในเวลาใกล้เคียงกับผม
 
สองรอบแรกเจอเหมือนผม  แต่รอบที่ 3 นี่  เจอตอนฟ้ามืดแล้ว
มีเสียงผู้ ญ ร้องไห้ มาแต่ไกล สักพัก ก็เห็น ผู้ ญ เดินร้องไห้ เนื้อตัวมอมแมม แต่งตัวนุ่งผ้าถุงสวมเสื้อยืดเก่า ๆ
มือนึงอุ้มลูก  อีกมือจูงลูก  เดินสวนกลุ่มไป   เขาว่าขนลุกกันทั้งกลุ่ม

แต่คราวนี้หันหลังไปมอง   ก็ยังเห็นว่ามีอยู่ หัวหน้ากลุ่ม 9 คือหลวงพี่ ค.  ด้วยความที่ทะเล้นและออกกวน
ไม่รู้ด้วยความกลัว หรือว่ามันที่สุดแล้ว   ท่านได้จูงมือ เณรจุก  ( ปัจจุบันทำงานอยู่บ้านผม )
เข้าไปถาม  ดูใกล้ ๆ เลย       ผลปรากฏว่า เธอคนนั้น เป็นคนจริงๆ     เธอออกมาตามหาผัว  ซึ่งออกมาหาของป่าตั้งแต่เช้าแล้ว
ยังไม่กลับเข้าบ้านเลย   .....  ^_^+
 
ทุกอย่างก็สงบลงด้วยดีและปักกรดนอนกัน  ( เป็นมุ้งแขวนกับกิ่งไม้ครอบร่ม ปูเสื่อนอนบนดิน )
คืนนั้นผมนอนแทบไม่ได้ มีเสียงสารพัด  เดินก๊อกแก๊ก รอบกรตผมทั้งคืน  ใกล้สว่าง ผมเห็น  กระรอกบินตัวใหญ่มาก
ตัวเท่าเณรเล็กชูมือขึงผ้าเช็ดตัว......   เช้ามา เณรบางคนที่นอนรอบนอก โดนผีอำเป็นแถว ( เพราะซนและไม่สำรวมกันไปหน่อย)
บางคน ปิกะจู้ บวมใหญ่( สาเหตุเพราะไปยืนฉี่บนจอมปลวก )
 
ปัจจุบันยังจำติดตาอยู่เลยครับ  ผีชะนีแม่ลูก...
ท่านหลวงพี่ ต. และสามเณรรูปอื่นที่ไม่เชื่อเรื่องเหล่านี้ก็ได้กระจ่างอารมณ์กันพอสมควร
เพื่อน ๆ คนไหนถ้าเข้าป่าแล้วก็ระวัง สำรวมกายใจให้ดีพร้อมด้วยครับ ...เจ้าป่าเจ้าเขามีจริงแท้.
 
 
ปล. มีน้องในเอ็มชวนเล่นเกมออนไลน์เกมนึง  เป็นเกมเต้นรำ ชื่อว่า Audition  ผมเลยเล่นขำ ๆ แต่รู้สึกว่าสนุกดีเหมือนกัน
แต่พอเล่นเข้าไป  มีสาวมาถามอายุ เราก็ไม่กล้าบอกไป  เพราะเคยบอกว่า 30 มันเรียกลุงเลย T_T+
 
 ตัวละครในเกมส์นี้ผมชื่อ  goliko999 ครับ หน้าตาก็ประมาณนี้  เคยท่าได้มากสุดก็ *9 combo เท่านั้นเอง
ใครเล่นอยุ่ก็ลองมาเล่นกันขำ ๆ นะครับ

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

 
 
 
 
 

6月11日

วิเคราะห์/พยากรณ์ดวงเมืองฯ50

วิเคราะห์และพยากรณ์ ขำ ๆ
 
อย่างที่เคยกล่าวไว้ใน อาทิตย์ก่อนว่า ถ้าเกิดม๊อบพระสงฆ์ขึ้นจริงตามคำวิเคราะห์ ผมถือเป็นการแก้หน้าก็แล้วกัน ...
ขอกล่าว ถึงบทวิเคราะห์/พยากรณ์   ภาพรวมของไทยในอนาคต จากอาจารย์ทั้งหลายในแขนงต่าง ๆ แต่เพียงสั้น ๆครับ
 
ดวงเมืองไทย  ว่า  ถ้าภาพรวมรัฐบาลชุดปัจจุบันยังเป็นแบบนี้  และกลุ่มเบื้องหลังหลงอำนาจ+ใช้ในทางที่ผิดอาจเกิดเหตุการณ์คล้าย
พฤษภาทมิฬ ขึ้นอีก  ไม่เกิน 3 เดือน หลังจากนี้  จะมีการประท้วงแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ  (อาจจะนำครับ )
 
หลังรัฐบาลชุดนี้ไปแล้ว มีการเลือกตั้งขึ้นใหม่   ภาพรวมของตาอยู่ ที่จะขึ้นเป็นนายกคนต่อไปน่าจะเป็น  นายบรรหาร  ศิลปอาชา (- _-)'

ถ้าภาพรวมปัจจุบัน เศรษฐกิจติดลบ 10 %  ปี2551ฟ้าใหม่ เศรษฐกิจดีขึ้นเรื่อย ๆ อย่างต่อเนื่อง +20 %
รัฐบาลชุดหน้าจะอยู่ไม่ครบเทอม   
และแต่จากนั้นบุคคลที่หลาย ๆ คนเกลียด และเป็นที่รักของผู้คนมากมายจะกลับมาเป็นรัฐบาลอีกรอบคือ
อดีตนายกรัฐมนตรี  ทักษิณ  ชินวัตร
3-4 ปีหลังจากนี้ คุณทักษิณจะกลับมาเป็นนายกอีกรอบหลายอาจหัวเราะกับคำวิเคราะห์นี้  เพราะว่า  คุณทักษิณ เพิ่งโดน
ศาลสั่งให้เว้นวรรค  ทางการเมือง 5 ปี ( เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 50)ร่วมกับสมาชิกพรรคไทยรัก 111 ศพ
 
ท่านทั้งหลายเขาวิเคราะห์กันต่อว่า   เหตุที่ทักษิณสามารถกลับมาเล่นการเมืองก่อนเวลาที่กำหนดได้  นั่นมาจาก  ระบบทางการเมือง
ที่เกื้อหนุนกันอยุ่ ( ไม่ขอเอ่ยถึงนะครับ) 
และวาระที่คุณทักษิณ ชินวัตรมาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง  เศรษฐกิจจะดีมาก การบริหารบ้านเมือง ฯ
ภาพรวมจะดีจนคนส่วนใหญ่ลืมสิ่งไม่ดีที่ผ่านมา
สาเหตุอาจกล่าวได้ว่า  ท่านมาแก้ตัวในสิ่งที่ไม่ดีในอดีต  สร้างภาพพจน์ดี ๆ  สวย ๆ งาม ๆ และอาจปูทางให้ลูกหลาน ญาติ ๆ เดินในเส้นทาง
การเมืองได้สะดวกขึ้น...
 
เศรษฐกิจไทยก่อนปี 2556-2557   จะดีมาก คนฟุ้มเฟือย ถ้าฟ้าหลังฝนมี   พายุหลังฟ้า ก็มีเช่นกัน...
 
แต่จากวันนี้ ( 11 มิ.ย. 50) ไม่เกิน 6-7 ปีข้างหน้า  บ้านเมืองจะเข้าขั้นวิกฤต ( สาเหตุนั้นไม่ขอเอ่ย )  ผู้เฒ่า ผู้แก่ ส่วนใหญ่จะน้ำตา
นอง  คนไทยส่วนใหญ่ใจเสีย   จะมีสารจากนา ๆ ประเทศแสดงความเสียใจไม่ขาด บ้านเมืองปั่นป่วน  เศรษฐกิจหยุดกึ้ก
และจะมีการเปลี่ยนระบอบการปกครองครั้งใหญ่ในไทยด้วย ...
 
 
เศรษฐกิจจะแย่ยิ่งกว่าปี 2540 เป็นเวลานาน 2-3 ปี  การเมืองจะแบ่งพรรคแบ่งพวกเป็นหลายก๊ก หลายฝ่าย  ต่างมุ่งหาประโยชน์ส่วนตัวอย่างมาก
( แต่สุดท้ายจะเหลือเพียง 2 ขั้วใหญ่)
 
 
* ตรงนี้ผมขอแนะนำนิดหน่อย ว่าเราควรเก็บเงินไว้  ก่อนปีอันตราย (ประมาณปี 2556-2558)
โดยเฉพาะวัยรุ่นที่เพิ่งเรียนจบ  หรือเพิ่งเริ่มทำงาน ไม่เคยเจอวิกฤตเศรษฐกิจ   ไม่ควรใช้เงินฟุ่มเฟือย
 
ไม่น่าเกิน10 ปี  โรงเรียนบางส่วนในไทย  จะสามารถให้นักเรียนใส่ชุดไปรเวทไปโรงเรียนได้ แบบฝรั่ง  ไม่มียูนิฟอร์ม
(เพราะอนาคตคนรุ่นใหม่ จะเข้ามาทำงานในกระทรวงศึกษาธิการ)
 
คุณจะได้เห็นสิ่งใหม่ ๆ  การเปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ จากคนรุ่นใหม่ ที่มีเอี่ยวในระบบการเมือง ( น่าจะอีก 15 ปีข้างหน้า )
การคอรัปชั่นจะน้อยลง   จะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมด้วย    คนไทยจะนับถือศาสนาพุทธน้อยลง
แต่ศาสนาพุทธจะไปเจริญที่ตะวันตก  อนาคตพระจะมียูนิฟอร์ม ที่ใส่ง่ายขึ้น คล้ายบาทหลวง  (ฟังมาจากสภาน้ำชาวัด ๆ นึง)
 
พอก่อน...

ขอเปลี่ยนเรื่องไปแวดวงบันเทิงบ้าง   เดี๋ยวจะหาว่าฟันธงไม่ครบองค์ประชุม
หมอดูคู่หมอเดา   หมอดูบางคนมีเซ้นส์ในการทำนายทายทัก  แต่บางพวกเป็นประเภทท่องจำตามตำรา แต่อาศัยจิตวิทยาเข้าผนวกผลจึงออกมา
ทำให้คนมาดูสบายใจขึ้น   หมอดูที่ชอบดูดวงให้ดารา  เคยคิดมั้ยว่าตัวเองปฏิบัติดีแล้ว  บางทีก็อาศัยการเป็นที่พี่งทางใจให้ความอบอุ่น
มั่วกับดาราสาวไปเรื่อยก็มี  แถมยังแอบเลี้ยงเด็ก   และเข็นเป็นดารา พิธีกร อีกด้วย อย่าคิดว่า คนอื่นไม่รู้นะค๊าบ
 
เรื่องภารดร-นาตาลี    แต่งงานกันไม่นานก็เลิกแน่นอน  เพราะภารดรดวงเป็นกาลากิณี  แถมคุณบอลปฏิบัติตัวไม่ควรเท่าไหร่ด้วย
มั่วและเจ้าชู้กับผู้หญิงไปเรื่อย ๆ ดวงจะตกเอานะครับ  หลังคุณบอลแขวนแร๊คเก็ต  ทำธุรกิจอะไรก็จะล้มเหลว ( อาจโดนโกงหรืออื่น ๆ)
ไม่นานก็ขายรถ ขายบ้านกิน  ...
 
ดาราที่ชอบบอกว่าเป็นมะเร็ง   ส่วนมากจะเป็นเอดส์กันทั้งนั้น  ดาราที่ทำแท้ง ก็ระวัง   เรื่องบาปกรรมมันสนองนะครับ
ตอนนี้ดวงรุ่งกรรมมันเล่นไม่ได้    ถ้าบทดวงตกจะเจอคำว่า  เคราะห์ซ้ำ กรรมซัด...
 
เอาพอสังเขปแต่เพียงเท่านี้นะครับ  
 
ส่วนดวงผมแล้วปีหน้าถ้าไม่ตาย   คงได้ทำงานดี ๆ ยิ่งขึ้นครับ
แล้วจังหวะก็มาถึง
5月27日

ผีอำ ขำ ๆ

(โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านนะครับ)

ช่วงที่เรียนม.กรุงเทพ ( วิทยาเขตรังสิต )ปี 2537  ผมลำบากเรื่องการเดินทางไปเรียนมาก เพราะบ้านอยู่ไกล  เทอม 2
จึงย้ายเข้ามาอยู่คอนโดฯตรงข้าม.กรุงเทพ สมัยก่อนนั้นตรงข้าม. มีคอนโดแกนด์โมเดิ้น  ที่เดียวเท่านั้น  ไม่เหมือนสมัยนี้
คอนโดผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด   เต็มไปหมด       คอนโดแกรน์โมเดิ้น  หรือที่ที่เขาเรียกว่า  " หอแกน "  บริเวรรอบนั้น
เป็นชุมชมอิสลาม สัก90 % ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพ ฆ่าวัว ฆ่าควาย  รอบคอบโดฯมีโรงฆ่าเท่าที่นับได้ ประมาณ 10 โรง+-
บริเวรนี้จะมีกลิ่นเหม็นเน่ามาก  เกิดจากการเผา และทิ้งซากวัวควายที่ชำแระแล้ว    ทุกวันและเกือบทุกเวลาตั้งแต่เช้าถึงเย็น ต้องได้ยินเสียงทุบหัว วัวควาย และเสียงร้อง
ของมันอย่างทรมาร    ตอนนั้นผมเลยเรียกแถวนี้ว่า 
ประตูนรก
 
 
หอแกนนั้นแปลก  1. หลายคนที่เข้ามาอยู่จะซื้อพวงมาลัยมาไหว้ศาลพระภูมิ ข้าง ซุปเปอร์ด้านหน้า   แต่พอไปไหว้
กลับไม่มีศาล       ผมและพ่อก็ประสบเหตุการณ์นี้มาเหมือนกัน  ก่อนเข้าไปอยู่ขับรถผ่านก็เห็น  ทางเจ้าหน้าที่คอนโดฯ
บอกว่า เคยตั้งศาลหลายรอบแต่ตั้งแล้ว หักทุกที เขาว่าเจ้าที่แรง
 
แต่ก่อนผมเป็นคนไม่กลัวผี  อยู่คอนโดคนเดียว  ตอนตี 1 ชอบปิดไฟจุดเทียนฟังรายการ สมาย์ชอก์ค (รายการเล่าเรื่องผี
โดยป๋อง กำพล ทองพลับ)  ก่อนรายการจะมีเพลงผีฟ้า  เปิดประจำ  ช่วงนั้นผมทานเจ  และกินเป็นเวลา 4 เดือน
เขาว่าคนกินเจจะไม่มีกลิ่นสัตว์ กลิ่วคาวติดตัว กายทิพย์หอมเทวดารักษา แต่ร่างกายผมผอมมากจนพ่อแม่ให้หยุดทานเจ 
และผมก็หมดอุสาหะด้วย  จึงกลับมาทานอาหารปกติตามเดิม  จากนั้นก็เกิดการเปลี่ยนแปลงแปลก ๆในห้องที่ผมอยู่....
 
 
หอแกนนั้นแปลก 2.  เคยไปจ่ายค่าห้อง หลายครั้งที่มีนักศึกษาจะมาขอเช่าห้อง และเจ้าหน้าที่บอกว่าห้องเต็ม   ผมก็บอกว่าห้องเต็มได้ไง  ข้างห้องผมก็ว่าง  ตรงข้ามห้องผมก็ว่างอีก 2 และหลาย ๆ ชั้นก็มีห้องว่าง ฟังจากปากพนักงานออฟฟิคบอก      หอนี้มีเหตุตายกันบ่อย  ตั้งแต่สร้าง  คนงานโดยไม้ทับตาย หลายคน นักศีกษาโดดตึกประชดรัก  ตกตึกเพราะปีนข้ามห้องลืมกุญแจไว้ หรือเสียบกันตายเพราะเหตุหึงหวง ฯ...
 
 
ต้นปี 2538 ผมเริ่มโดนผีอำ ทุกครั้งที่จะโดนอำจะมีอาการ ประมาณเสียวสันหลังแปป ๆ และสมองก็บอกว่า " คืนนี้โดนอำนะ "
แปลกแต่จริง  มันทักไม่มีเหตุผล  จากโดน2อาทิตย์ครั้ง  เป็นอาทิตย์ละครั้ง   จากอาทิตย์ละครั้ง เป็น 3-4 วันที และ บ่อยถึงขั้น โดนวันเว้นวัน...

อาการผีอำนั้น หลายคนอาจไม่รู้จัก  ทางวิทยาศาสตร์ว่าเป็นอาการที่เส้นประสาทถูกกดทับ โลหิตเดินไม่สะดวก
ทำให้ร่างกายไม่สามารถขยับได้   ผมโดนผีอำเป็นประจำ จึงรู้สึกเฉย ๆ ไม่ได้กลัวอะไร  นึกว่าร่างกายเพลีย  ...  
อาการนั้นคือ ร่างกายจะชา  ขยับไม่ได้ตัวแข็ง ตอนแรกที่ผมโดนใหม่ ๆ  ผมนึกว่าเป็นอัมพาตแล้วหรือ 
เพราะผู้ใหญ่เขาทักว่า คนเป็นอัมพาตจะขยับตัวไม่ได้    ใจคิดแบบเด็ก ๆ ตอนนั้นว่า ยังไม่มีเมีย ไม่อยากเป็นอัมพาต...

อาการผีอำ ก่อนจะโดนภาวะนั้นจะเกิดอาการเสียววูป เย็นวาบ อยู่เนือง ๆ ก่อนหลับ ( จิตเราจะอ่อน ) จากนั้นก็เหมือนวูปแล้วเหมือนถูกอะไรซ้อนอยู่   ร่างกายแข็งถึงขนาดขยับนิ้วแทบไม่ได้  ผมเคยโดนผีอำ ทั้ง ๆ ที่เพื่อน นั่งเล่นเกมส์อยุ่หน้าผม  
ผมตะโกนเรียกเพือ่นผมสุดเสียง  แต่เสียงก็ไม่ออกเลยสักแอ่ะ...
 
มีคืนนึงโดนผีอำจนหลับ ลืมตาตื่นขึ้นกลางดึกอีกที  มันก็เป็นห้อง ๆ เดิม แต่ห้องนั้นถูกอาบด้วยแสงสีแดงเข้ม รอบ ๆ ห้องมี
ไอร้อนระอุ เป็นริ้วๆ รอบ ๆ ห้องผมเดินออกนอกห้อง ไปที่บันไดกลาง  เห็นเงา คน 3 คนกำลังนั่ง - ยีนคุยกันอยู่ พอเขา
เห็นผม มองมาสักพักและเดินเข้าหา  ผมเผ่งตามอง ขนาดเข้ามาใกล้ผมก็ยังไม่เห็นหน้าเขาอยู่ดี    เห็นเพียงแค่เงาดำ ๆ
ที่มีรังสีระอุ ไอร้อน ...    เท่านั้นแระ ผมก็วิ่งหนีเข้าห้อง....     หลังจากนั้นผมก็เริ่มกลัวผีมากขึ้น
 
 
และคืนนึงคืนนั้นที่โดนผีอำและเป็นอีก 1 ตำนานของหอแกน 
ผมเข้านอนเวลา ตี1.30น.  ได้ฝันว่า  ที่ ๆ เป็นคอนโดนี้ แต่ก่อนเป็นโรงเรียน  ผมเดินเข้าไปในโรงเรียนนั้น เป็นอาคาร2ชั้น สร้างด้วยไม้กระดาน เหมือนโรงเรียนตามต่างจังหวัด   มีชายแก่คนนึงจ้องผมด้วยตาเขม็ง  จากลักษณะคนนั้นนุ่งสโล่ง มีผ้าโพกหัวดูแล้วคล้ายคนอิสลาม....   ในโรงเรียนมีเด็ก ๆ วิ่งเล่นอยู่พอประมาณ  เสียงเอะอะหนวกหู   สักพักผมเลยเดินออกมานอกโรงเรียน แล้วจู่ ๆ ก็เกิดไฟลุกขึ้นท่วมโรงเรียนนั้น..

ผมตกใจวิ่งหนี และตื่นขึ้นมาพร้อมอาการผีอำ   นอนตะแคงขวาหายใจติดขัด   เหนื่อยและเพลียมาก หูได้ยินเสียงทีวีในห้องเปิดเอง  เป็นรายงานข่าวกีฬา จำเสียงได้ว่า ย.โย่ง เป็นคนดำเนินรายการ ( สมัยนั้นเขาเป็นนักข่าวช่อง 7 รายงานข่าวกีฬา / บรรยายบอล ฯ เสียชีวิตเมื่อปี 2537 ด้วยอาการหัวใจล้มเหลว )         และผมก็จำได้ว่า  ย.โย่งมันตายแล้วนี่หว่า ... 
แถมคิดอีกว่าทำไมมีข่าวกีฬาตอน ตี 1 ตี 2 นะ งง .....           ลมพัดแรง ผ้าม่านปลิว ประตุห้องน้ำปิด ๆ เปิด ๆ              
และมีเสียงคนคุยกันในหมอน ที่ผมหนุนอยู่  เป็นผู้ชาย 2 คน  ผู้หญิง 1 คน  คุยกันเรื่องอะไรจำไม่ได้  แต่สมองบอกว่า ผู้ชาย 1 ใน2 นั้นเป็น ยมทูต คุยเจรจาอะไรสักอย่างกันอยู่  และจู่สติผมก็วูบบบลง   เสี้ยวอึดใจลืมตามาอีกที  .....   ทุกอย่างเงียบสนิท กับท่านอนหงาย   ผมคิดว่านั้นเป็นเพียงฝัน พอจะลุกขึ้นมาดื่มน้ำ   ก็ลุกไม่ได้  ตัวแข็งอยู่  นึกในใจ 
 
มึงยังอำกูอยู่อีกเหรอ !!
 
ในเสียงเงียบสงัดนั้นก็มีเสียงหมาหอน โหนหวน   ตั้งแต่ปากทางมาถึง  ตึกผม   ผมก็จำได้อีกว่า   หอแกน ไม่มีหมาสักตัว!!!   เขาห้ามเลี้ยงหมา    เสียงหมาหอนนั้น เท่าที่สังเกตุฟัง มีประมาณ เกือบ 10ตัว  ไม่ทันจบเสียงหมาหอนดี  ก็เป็นเสียงเด็กเล็กวิ่งเล่นกันกลุ่มใหญ่ เสียงนั้นดังขึ้นตั้งแต่ปากซอยคอนโดฯจนถึงใต้ตึกผม  พอถึงใต้ตึกเสียงเงียบไปสักพักก็ได้ยินเสียงอีก    เหมือนประมาณว่า  พวกเด็กกำลังวิ่งขึ้นมาจากข้างล่าง  เสียงเด็กวิ่งจากบันไดกลางวิ่งมาทางห้องผม   ผ่านประตูห้อง
ผ่านปลายเตียง และวิ่งออกไปทางระเบียบหน้าต่างห้อง.........
 
ทุกอย่างเงียบสนิท  มีเพียงเสียงลมหายใจผมที่ถี่และล้า...   ผมเหลือบตามองรอบ  ๆ ห้อง คิดว่าจะมีย.โย่ง โผล่ออกมารึเปล่า...  สำรวจรอบห้องได้นาทีกว่า  หางตามองไปที่มุมประตูหน้าห้อง  เห็นเป็นเงาดำ ๆ ค่อย  ๆ ออกมาจากมุม    .. ..  ตายละเว้ยกู......  ดิ้นก็ดิ้นไม่ได้  ลุกก็ไม่ไหว ตะโกนก็ไม่มีใครได้ยิน

เงานั้นเท่าที่มองเป็นรูปร่างผู้หญิง สูงประมาณ 165 ผอม ผมยาวถึงกลางหลัง  มายืนที่ปลายเตียงผม เธอนั้นคุกเข่าขึ้น
เตียงทางซ้ายของผม  ด้วยน้ำหนักที่เธอคุกเข่าทำให้เท้าซ้ายผม   ผลิกไปตามน้ำหนักเตียงที่ยุบลง เธอค่อย ๆ ลงมากอดที่สะโพกผม หน้าเธอซุกบริเวณเอวผม พร้อมทั้งหายใจรดเอวฝั่ง  ซ้ายผม  2 ครั้งด้วยลมหายใจที่ร้อนแผ่วนั้น ผมรุ้ว่านี้ไม่ใช่ฝันแล้ว    พยาพยามดิ้นสู้ฟัด  ไม่อยากมีเมียเป็นผี     ท่องนะโมผสมคาถาอื่น ๆ มั่วไปหมด...
 
สักพักก็ฝืนดิ้นหลุดสำเร็จ  ตั้งสติ  วิ่งเปิดไฟทั่วห้อง มองนาฬิกาเป็นเวลา 2.26 น. เปิดประตูห้องค้างไว้ วิ่งไปเคาะห้องเพื่อน
ที่อยุ่ถัดไป 4 ห้อง  "กูเจอผีหลอก ๆ  "  พร้อมให้เพื่อนมาช่วยดู...    สุดท้ายต้องไปนอนห้องเพื่อน และผมก็เอาเรื่องนี้ไปเล่าให้พ่อแม่ฟัง  พ่อก็เชิญอาจารย์ ( ทรงจ้าว )มาทำพิธีให้    ก็อยู่ได้      ยังโดนผีอำอยุ่บ้าง  แต่ไม่เยอะเท่าไหร่ 
อาจารย์แนะนำให้ไปอยุ่ตึกในสุด  ความจริงตึกในสุด น่ากลัวที่สุดเพราะมันเงียบคนอยู่น้อย  แต่ในทางวิญญาณเขาว่าน้อยสุด  ผมก็ย้ายตามการแนะนำ...
 
 
ยังมีอีกหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเพื่อนผม  ที่พักอยู่ตึกเดียวกัน  เช่น ที่ชั้น 5  โดนกัน 3 ห้อง 
ห้องแรก   เป็นเตียงสองชั้น   ถ้าใครนอนชั้นล่างแล้ว   บางคืนไม่มีเพื่อน อยู่ด้วยก็จะมีวิญญาณโผล่ก้มลงมาจากข้างบน หรือ เตียงชั้นบนขย่มเอง   
ห้องที่สอง ระหว่างที่จะหลับ เพื่อนชอบเห็นผีเด็กวิ่งเข้าไปแอบตามซอกตู้เสื้อผ้า หรือ นั้งกอดเข่าอยู่บนตู้เสื้อผ้าประจำ
ห้องที่สาม ผีวิ่งเหยียบอก  เพื่อนผมคนนี้เป็นผู้หญิง แถมใจกล้ามาก  มันไม่ย้ายออกเลยจนเรียนจบ เขาเล่าว่าชอบมีผีวิ่งทะลุกำแพงวิ่งเหยียบ ตัว หรือเหยียบอก ไปประจำ   ... อยุ่ได้ไงหว่า สงสัยจะซาดิส
 
 
นี่ก็เป็นเพียง  1  ประสบการณ์ที่ผมเจอมานะครับ  เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง  และเพื่อน ๆ ผมก็เล่าต่อ ๆ กันไปจนออกรายการ
วิทยุดังอยุ่ช่วงนึงสำหรับบางคนแล้วถ้าไม่เจอ ยังไง ๆ ก็ไม่เจอ  แต่ก่อนผมก็ไม่เชื่อคิดว่าผีอำคือเส้นประสาทยึดทับ ร่างกายเพลีย  จนเมื่อประสบกับตัวเองถึงเชื่อครับ...
 
อาทิตย์หน้าจะมาเขียนคำทำนายจากหมอฟันธงกฤษ  อิอิ ที่ทำนายเองอย่าขำ ๆ เกี่ยวกับบ้านเมืองเศรษฐกิจและข่าวดารานิดหน่อย ( เรียนและศึกษามาเป็นเวลา 10 ปี )

ปล. 1.  อย่าที่กล่าวมาข้างต้นผมโดนผีอำประจำ   ( แต่ปัจจุบันแทบไม่โดนแล้ว ) จึงพอรู้วิธีหลบหรือให้โดนน้อยบ้าง 
          ถ้าเราโดนผีอำ   วิธีแก้ก็คือพยายามดิ้นในสุดกำลังฝืนให้ถึงที่สุด  พยายามขยับนิ้วให้มาจิกเนื้ออีกนิ้วให้ได้ 
          (ทำให้เรามีความรู้สึก)   พอรู้สึกบ้าง มันจะค่อยๆ คลายเอง 
     2.  วิธีการนอน  ถ้าเราโดนผีอำแล้วดิ้นหลุดได้    ถ้านอนหงาย จะโดนผีอำง่ายที่สุด 100 % 
          นอนตะแคงก็โดนบ้าง  50 %  นอนคว่ำ   10 %    นี่จากประสบการณ์ตัวเองเลยนะครับ   เพราะผมสมัยก่อนนั้น      โดนบ่อยจริง ๆ โดนแต่ละครั้งก็เหนื่อยมาก ๆ หายใจติดขัด ง่วงก็ง่วงบางครั้งให้มันอำไปเลย  ถ้าผีอำไม่แรงมาก
เราก็จะหลับเองโดยอัตโนมัติ         แต่ถ้าผีอำแรง  ก็จะมาเป็นเรื่องราวแบบผมเลยครับ ตอนแรกนึกว่านอนคว่ำดีสุด 
 แต่สุดท้ายก็ยังโดนอำบ้างอยู่ดี
     3.  นอนต่างถิ่นต่างบ้าน  สวดมนต์ก่อนนอนจะดีมาก  เพราะบ้านอื่นสถานที่อื่น เราก็ไม่รู้ว่าประวัติเป็นมาอย่างไร
 
5月22日

8 วิธีเห็นผี

 
กว่าจะเข้ามาอัพเดทได้   เพิ่งมารู้ว่า  ที่เป็นปัญหาตลอด ทั้งคนอื่นคุยมาแล้วเราไม่เห็น หรือ  เข้าสเปชคนอื่นไม่ได้
รวมถึงสเปชตัวเองด้วย  เกิดจากคอมฯโดนไวรัสซะมากมาย    ตอนนี้ลงโปรแกรมใหม่เรียบร้อยครับท่าน
 
 
เรื่องที่จะมาฝากในอาทิตย์นี้ก็เป็นเรื่องงมงายนิดหน่อย   พอดี เห็นเขาโพสกันในเว็ปบ๊อดต่าง ๆ
เกี่ยวกับวิธีการเห็นผี    ถามว่าส่วนตัวแล้วเชื่อเรื่องนี้มั้ย   ผมตอบตรงนี้เลยว่า เชื่อ 100 % เลยครับ
เพราะเคยประสบกับตัวเองบ่อยครั้ง   แต่วิธีที่นำเสนอต่อไปนี้  ผมไม่เคยทำนะครับ เพราะว่า
คนมันถ้าจะเจอก็เจอ   ถ้าไม่เจอยังไงก็ไม่เจอ ไว้ blog ต่อ ๆ ไปผมจะเล่าประสบการณ์ตรงของผมนะครับ
 
 
 
เค้าบอกว่า 50 % เห็นมาแล้ว   แต่ก้อไม่รู้จิงเท็จแค่ไหน  ก้อใช้วิจารณญาณ ดูกันเอาเองแล้วกัน
เราเห็นบางวิธีก้อเป็นวิธีที่แปลกจากที่เคยอ่านๆมานะ   ไม่น่าเชื่อ ว่าจะเห็นได้ด้วยหรือ
แต่ก็น่ะ ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ ลองอ่านดูแล้วกัน
 
ข้อปฎิบัติ

• ทุกวิธีต้องทำระหว่าง 4 ทุ่ม ถึงเที่ยงคืน และต้องไม่เลย    ( ผมไม่เชื่อเท่าไหร่ ส่วนมากโดนหลังเที่ยงคืน )
   เที่ยงคืนเพราะจะถือว่าเป็นวันใหม่
• ทุกวิธีห้ามใส่พระยกเว้นวิธีที่ 8
• วันที่ทำแล้วมีโอกาสเห็นได้ง่ายสุดคือวันพุธและ วันศุกร์   และวันอาทิตย์  
• ทุกวิธีอาจจะให้คนอื่นอยู่ด้วยก็ได้ยกเว้นบางวิธีที่จะระบุบว่าคุณต้องทำคนเดียว
• ทุกวิธีต้องหลับตาหากคุณเปลี่ยนใจไม่อยากเห็น ให้เอาอุปกรณ์ทุกอย่างออก แล้วค่อยลืมตา
 
 
*วิธีที่1* “มองลอดใต้หว่างขา” (เห็นผี 21 คน)
1. นำใบไม้ (จากต้นใดก็ได้) ที่ร่วงลงมาจากต้นไม้ ต้องเป็นของต้นนั้นจริง ๆ และร่วมลงมาไม่ห่างจากลำต้นมากนัก
    หากอยู่ใกล้รากจะยิ่งดี
2. ยืนในที่โล่ง และต้องมองเห็นพระจันทร์ หันหน้าไปทางทิศตะวันออกหันหลังไปทางทิศตะวันตก (เพื่อเวลาก้ม
    จะได้ก้มไปทางทิศตะวันตก
3. นำใบไม้ที่เก็บมา เอาไว้ในฝ่ามือ (จะทำมืออย่างไรก็ได้ แต่ห้ามพนมมือ)
4. หมุนตัวตามเข็มนาฬิกา (หมุนซ้าย) ช้า ๆ เมื่อมาหยุดที่เดิม (ทิศตะวันออกที่หันหน้าไว้ตั้งแต่แรก) ให้ท่องว่า
    “พุทโธทายะ” (เหมือนผีถ้วยแก้วเลย) ทำแบบนี้ 3 รอบ (ท่อง 3 ครั้งด้วย)
***เพื่อให้เห็นภาพ*** รอบที่1 ยืนหันไปทางทิศตะวันออก หมุนซ้ายไปจนมาหยุดที่จุดเริ่มต้นแล้วท่องว่า
“พุทโธทายะ” และทำต่อไป รอบที่ 2 และรอบที่3

5. หลับตานึกถึงใบไม้ที่อยู่ในมือ กับต้นเจ้าของใบไม้ แล้วให้คิดว่าใบไม้ในมือ คือพลังงานอย่างหนึ่งที่จะเรียก
    วิญญาณมาได้ และนึกเอาว่าใบไม้นี้ได้ตายไปแล้วจึงได้หลุดมาจากต้นไม้ เพราะฉะนั้นเราติดต่อกับวิญญาณได้
    เหมือนที่ติดต่อกับใบไม้ที่ตายแล้วใบนี้
6. ค่อย ๆ ก้มหน้าลง (ระหว่างนี้ห้ามลืมตาเด็ดขาด) เมื่อคุณก้มและพร้อมแล้ว “ให้ตั้งสติดี ๆ” แล้วลืมตา
7. แล้วผีจะมาให้เห็น
***หากเห็นอะไรห้ามวิ่ง ไม่ว่าสิ่งที่เห็จะอยู่ไกล หรือมาประจันหน้าก็ตาม ต้องทำตามนี้ก่อน***
 
1. เงยหน้าขึ้น ทิ้งใบไม้ลงพื้นทันที
2. หมุนตัวทวนเข็มนาฬิกา (หมุนย้อนกลับไปทางขวานั่นเอง) 3 รอบ โดยไม่ต้องท่องอะไรเลย
3. เมื่อกลับถึงบ้านต้องล้างหน้า 3 ครั้ง ก่อนล้างให้ท่อง “พุทโธ” แล้วเป่าลมลงน้ำจึงค่อยล้างหน้าทำแบบนี้ 3 ครั้ง ::
 
 
 
วิธีที่2* “ตัดเล็บตอนกลางคืน” (เห็นผี 12 คน)
 
***ขอย้ำเลยวิธีนี้ ต้องทำระหว่าง 4 ทุ่ม ถึง เที่ยงคืน เพราะต้องไม่ให้โพล้เพล้ หรือ เป็นวันใหม่”***
 
1. ตัดเล็บมือเท่านั้น โดยเริ่มจากนิ้วก้อย ,นิ้วโป้ง ,นิ้วนาง ,นิ้วชี้ และนิ้วกลาง (ตัดจากนอกเข้าในนั่นเอง)
    โดยเริ่มตัดจากมือขวาก่อน และทำแบบเดียวกันกับมือซ้าย
*เล็บที่ตัดห้ามหักหรือขากเด็ดขาดต้องเป็นโค้งตามรูปเล็บ มิเช่นนั้นจะไมได้ผล*
2. น้ำเศษเล็กที่ตัดห่อใส่ผ้าอะไรก็ได้แต่ต้องเป็นสีดำ (ต้องใช้แล้ว ไม่ใช่ผ้าใหม่)
3. นำไปวางไว้ทางทิศตะตก (เช่นเคย) ของที่พักอาศัย
4. เมื่อคุณเข้านอนได้ไม่นาน จะมีคนมานั่งตัดเล็บอยู่ตรงปลายเท้าที่คุณนอน (เสียงดัง “แก๊กๆ” นั่นแหละ)
    เป็นการตัดเล็บของเค้ามาคืนคุณ
5. ถ้าอยากเห็นก็ลืมตาแต่ห้ามโวยวาย เพราะเขาจะไปแล้วคุณอาจจะซวยได้ (เพราะถือว่าเค้ามาดี โดยที่เขาคิดว่า
    เราเอาเล็บไปแลก หรือไปเล่นกับเขา แล้วเขาก็เลยเอาของเขามาคืน
6. เมื่อคุณตื่นในตอนเข้า ให้ไปยังจุดที่คุณเอาเล็บไปวางไว้ คลี่ห่อผ้าออก จะพบเล็บของคนอื่นไม่ใช่ของคุณ
7. ให้คุณพูดเบา ๆ ว่า “ขอบคุณ” แล้วเอาไปฝังไว้ที่ใดก็ได้ โดยไม่จำเป็นต้องอยู่ในที่พักอาศัยของคุณ
    (แต่ห้ามทิ้งหรือเผาโดยเด็ดขาด)
 
 
*วิธีที่3* “หันหลังให้กระจกแล้วกลืนน้ำลาย” (เห็นผี 16 คน)
 
- วิธีนี้ต้องทำคนเดียวเท่านั้น
- วิธีนี้ต้องทำก่อนเที่ยงคืน 6 นาที
- นาฬิกาที่คุณใช้เป็นเกณฑ์ในกาวัด ให้ยึดเรือนใดเรือนหนึ่งในบ้านได้เลย


1. ยืนหันหลังให้กระจก (ครั้งนี้จะทิศใดก็ได้) ตอนเวลา 5 ทุ่ม 54 นาที
2. กลืนน้ำลาย 1 ครั้ง ทุก ๆ 1 นาที
3. พอครบ 6 นาที หมายความว่าคุณกลืนน้ำลายไปแล้ว 6 ครั้ง และถึงเวลาเที่ยงคืนพอดี
4. หลับตาแล้วหันไปทางกระจก (จะหันซ้ายหรือขวาก็ได้แต่ช้า ๆ) แล้วกลืนน้ำลายอีกครั้ง (เป็นครั้งที่7)
    แล้วลืมตา และผีจะมาให้เห็น
5. เมื่อคุณต้องการยุติพิธี ให้หลับตากลืนน้ำลายอีกครั้ง เป็นอันจบพิธี
 
 
*วิธีที่4* “ดีดลูกคิดตอนกลางคืน” (เห็นผี 32 คน)
- ลูกคิดที่ใช้ดีด ให้ดีดอันที่มีรางยาวที่สุดเท่านั้น
- ต้องอยู่คนเดียว เพราะต้องใช้สมาธิอย่างมาก

1. ให้ลูกคิดทุกลูก ในทุกรางอยู่สุดรางที่หันมาหาตัวเรา
2. ดีดีลูกคิดขึ้นโดยให้ลูกคิดออกจากตัวทีละลูก(ต้องมีสมาธิมากๆ) ไล่ไปตั้งแต่รางแลก ไปจนรางสุดท้าย
3. ตั้งสมาธิให้ดีอย่างมาก แล้วจับรางลูกคิดตั้งขึ้น ให้ลูกคิดวิ่งกลับมาที่เดิมในตอนแรก
4. มองรอดช่องรางลูกคิด(รางใดก็ได้) แล้วผีก็จะมาให้เห็น
5. หลังจาการทำเรียบร้อยแล้ว ให้ทิ้งลูกคิดนั้นทันที *ห้าม* นำกลับมาใช้อีกเป็นเป็นอันขาด
 
 
*วิธีที่5* “เอามุ้งคลุมหัวตอนกลางคืน” (เห็นผี 6 คน)
1. เอามุ้งมาครอบหัวไว้ (หลับตาตั้งแต่ก่อนคลุมแล้ว)
2. ท่อง มะ-อะ-อุ 7 ครั้ง (อย่าลืมว่าต้องหลับตา)
3. ลืมตา แล้วผีจะมาให้เห็น
 

*วิธีที่6* “ใส่เสื้อกลับแล้วนอนห้อยหัว” (เห็นผี 31 คน)
- ต้องทำคนเดียว
1. ใส่เสื้อโดยการเอาข้างหลังมาอยู่ข้างหน้า (ถ้ามีกระดุม ก็เอากระดุมไว้ขางหลังนั่นเอง)
2. นอนลงบนที่นอนที่สูงกว่าพื้น แล้วห้อยหัวลงมอง (เหมือนแหงนหน้า)
3. แล้วผีจะมาให้เห็น
 
 
*วิธีที่7* “แหงนหน้ามองตรงบันได” (เห็นผี 42 คน)
- ต้องทำคนเดียว

1. นั่งบนบันไดชั้นบนสุด แล้วลงมาทีละขั้นทั้งที่ยังนั่งอยู่ (ใช้ก้อนลงบันได้นั่นเอง)
2.เมื่อถึงขั้นสุดท้าย ให้ยังคงนั่งอยู่ที่ขั้นสุดแล้ว แล้วจึงแหงนหน้ามองกลับขึ้นไปชั้นบนสุด
3. แล้วผีจะมาให้เห็น
 

วิธีที่8* “สวมพระกลับหลัง” (เห็นผี 28 คน)

- ต้องทำคนเดียว
1. สวมพระโดยคล้องสร้อยพระไว้ด้านหลัง(ให้เหมือนที่อยู่ด้านหน้าเลย)
2. ยื่นแขนซ้ายออกไปข้าง ๆ แล้วทำมุมข้อศอกโดยให้กำปั้นทิ่มลงพื้น และให้ข้อศอกตั้งฉากกับพื้น
3. มองลอดผ่านช่องแขน แล้วจะเห็นผี
 
 
8 วิธีก็มีแค่นี้นะครับ   แต่จากประสบการณ์ที่ผมได้ยินได้ฟังมา  ก็ขอเพิ่มเติมนิดโหน่ยนะครับ 
 
1. โบราณท่านว่าให้เอาน้ำตาหมาป้ายตา  สักพักแล้วถ้าตาไม่แสบหรือติดเชื้อโรค  เราคงได้เห็นครับ
 
2. เดินวนขวารอบโบสถ์วัด 3 รอบ  จุดธูปเรียก หรือไม่ก็ได้  ก้มมองใต้หว่างขา   ก็น่าจะเห็น
 
3. ลองเล่นผีถ้วยแก้วกันดู  วิธีเล่นผมจำไม่ได้ ( เคยทำตอน เด็ก ๆ กับเพื่อน ๆ ) แต่ต้องมี ผู้เล่น 4 คน
   ตารางตัวอักษร  จุดธูป 1 ดอก  ตั้งจิตอธิฐานขอให้  วิญญาณแถวนั้น เข้ามาในถ้วยแก้ว  ท่องพร้อมกันว่า
   " นะ โม พุท ธา ยะ " 3 รอบ เอาควันธุป ใส่ในแก้วส่วนนึง ที่เหลือปักไว้ข้าง ๆ  วิธีนี้ต้องเล่นนอกบ้าน
   เพราะว่า บ้านมีเจ้าที่  ผีเร่ร่อนอาจเข้ามาไม่ได้   จากนั้นบอกว่า ถ้ามาอยู่ในถ้วยแล้ว ก็ให้ถ้วยเดินไปที่จุด ใช่
 
4. นอนวัด แถว ๆ เมรุ (เผาศพ) หันหัวไปทางตะวันตก ขาชี้ไปทางเมรุ
 
5. เข้าป่า แล้วไปทำกวนตีน หรือทำทะลึ่ง  เจ้าที่เจ้าทาง  อันนี้รับรอง ถ้าไม่เจอ กลับบ้านก็ไข้ขึ้นแน่
 
 
*** วิธีที่ 1 - 4 นั้น  ถ้าเราอยากพิสูทธิ์จริง ๆ ไม่ยากเลย ว่าคุณวิญญาณมาจริงไม่จริง   เพราะว่า บางคน ทำวิธีไหน
      ยังไง ๆ ก็ไม่เห็น นั้นอาจเพราะ เซ้นส์เขาไม่ตรงกัน  แต่ ให้เรานำสัตว์เลี้ยง  ใกล้ตัวเราไปอยู่ข้าง ๆ ด้วย
      เช่น หมา หรือ แมว  เมื่อไหร่ที่หมา แมว ร้อง ผิดปรติ นั่นแระ มาแล้วววว
      ผมเคยลองใช้แมว กับการเล่นผีถ้วยแก้วกลางแจ้งนะครับ  ตอนแรกก็ปรกติดี  แต่พอทำพิธีเสร็จ
      แมวร้องไม่หยุดเลย แถมมองไปทางหลังเพื่อนผมอีก และ ผมก็ขนลุก เย็นสันหลังวาปเลยครับ
     
*** วิธีเล่นผีถ้วยแก้ว  เสร็จสรรพแล้วก็ทำบุญ แผ่เมตตาไปให้วิญญาณด้วย จะดีมาก
 
 
ลองทำดูขำ ๆ นะครับ แล้วจะมาเล่าประสบการณ์ตรงอื่น ๆที่ผมเจอมาให้ฟังในคราวต่อ ๆไป