個人檔案Notes on insight meditat...相片部落格清單更多 ![]() | 說明 |
|
|
11月4日 ราตูตานีปืนใหญ่จอมสลัด
ตรากตรำกับการฟังบทวิวาททางการเมืองกันมานาน ถ้าพอมีเวลา ผมอยากให้ไปดูหนังกันสักเรื่อง ปืนใหญ่จอมสลัด ตอนนี้กำลังฉายอยู่ในโรงครับ หนังเรื่องไหนถูกใจมากๆ ผมมักดูสองรอบ รอบแรกดูเอาสนุก เอามัน รอบสอง...ดูแบบเอาเรื่อง เรื่องเดิมที่เป็นต้นเค้าเป็นไง! หนัง เขาเอามาแค่ไหน เติมอะไรเข้าไปมั่ง!
ดูปืนใหญ่จอมสลัดแล้วกลับถึงบ้าน ก็ค้นศิลปวัฒนธรรม ฉบับเดือนมีนาคม 2550 มีเรื่อง สี่กษัตริยาปตานี ที่เขียนโดย สุภัตรา ภูมิประภาส ออกมาคลี่ทุกหน้า ราตู (นางพญา) ปตานี ในตำนานนครรัฐปตานี ไม่ได้มีแค่ ราตูฮิเจา ราตูบีรู ราตูอุงงู สามพี่น้อง ที่หนังเอาไปเป็นตัวเอกเท่านั้น ยังมีราตูกูนิง พระธิดาราตูอุงงู รวมอยู่ด้วย
อ่านหนังสือแล้ว เห็นภาพการต่อสู้เพื่อรักษาบัลลังก์ของผู้นำหญิง...เมื่อใช้ความอ่อน...เหมือนที่โบราณสอน “ถ้าจะอ่อนอ่อนให้เห็นเป็นเส้นไหม ผูกพยัคฆ์เอาไว้โขยกเฆี่ยน” ไม่ได้แล้ว กลยุทธ์ต่อไป ก็ใช้ความแข็ง “แข็งให้เป็นเช่นวิเชียร จะได้ เจียรแก้วกระจกดูเพลินตา” เมื่อข้าศึกมีปืนใหญ่ นครปตานี ก็ต้องมีปืนใหญ่ ยิงสู้กันไป แบบใครดีใครอยู่ ตำนานนครรัฐปตานี ไม่มีเรื่องลิ่ม (โต๊ะ) เคี่ยม ช่างหล่อปืนใหญ่จากจีน ที่น้องสาว “ลิ่มกอเหนี่ยว” ข้ามทะเลมาตาม แล้วผูกคอตาย...เหมือนที่เล่าขานกันข้างศาลข้างมัสยิด ในรัชสมัยราตูบีรู เป็นสมัยที่มีการสร้างกำแพงเมือง เมืองเข้มแข็ง ใหญ่โต มีการหล่อปืนใหญ่สามกระบอกไว้พร้อมสู้ศัตรูเต็มที่ ปืนใหญ่สามกระบอกนั้น ชื่อ ศรีนครา ศรีปตานี และ มหาเลลา กล่าวกันว่า ราตูบีรูสั่งห้ามชาวบ้านขายทองเหลืองให้พ่อค้าต่างชาติ 3 ปี ให้นำมาขายให้ทางการ เพื่อรวบรวมทองเหลืองไว้ หล่อปืนใหญ่โดยเฉพาะ
สมัยต้นรัตนโกสินทร์ สยามยึดปืนใหญ่ลงเรือ สองกระบอกอยู่หน้ากระทรวงกลาโหมปัจจุบัน แต่หนึ่งกระบอกจมหายอยู่ใต้ทะเล หนังจับเค้า ปืนใหญ่ใต้ทะเล ผูกเรื่องขึ้นใหม่ โยงกับ ลิ่ม เคี่ยม ช่างหล่อปืนจากฮกเกี้ยน... ถูกบังคับให้หล่อปืนให้โจร แล้วก็ต้องมาหล่อปืนให้นางพญาปัตตานีด้วย ลิ่มกอเหนี่ยว น้องสาวใจบุญ มือนับลูกประคำ เสียใจ...“พี่...จะต้องฆ่าคนอีกสักเท่าไร” แล้วก็ผูกคอตาย ผมชอบตรงที่หนังเขาเล่าเรื่องแบบใหม่...ไม่กระทบใจคนพุทธคนมุสลิม เหมือนที่เล่าขานกันอยู่
แต่เอาเป็นว่า หนังสือก็เป็นหนังสือ หนังก็เป็นหนัง ต้องเติมเรื่อง พลังดูหลำ พลังแห่งความว่าง จนได้พระเอกหล่อขี่ปลาราหู (กระเบนใหญ่) สั่งปลายักษ์ถล่มแพปืนใหญ่ฝ่ายโจรได้...
ดูปืนใหญ่จอมสลัดแล้ว ก็นึกถึงทั้งลอร์ด ออฟ เดอะริงส์ และกัปตัน แจ๊ค สแปร์โรว์ ในไพเรท ออฟ เดอะ แคริบเบียน แต่ก็ภูมิใจฝีมือไทย...ทำได้ใกล้เคียงฝรั่ง ดูเอาสนุกก็สนุก จะดูเอาวิชาประวัติศาสตร์ หรือจะเอาสาระทางการเมืองก็คงได้... หนังเรื่องนี้ ชื่อฝรั่ง ควีน ออฟ ลังกาสุกะ แปลแบบผมว่า ...นางพญาลังกาสุกะ ชายอกสามศอกดูแล้ว...ก็ควรอาย ที่ต้อง ยอมให้ผู้หญิงออกหน้ารักษาแผ่นดิน. 3月23日 แบบโน๊ต ๆเมื่อเดือนก่อน หลายคนคงได้ไปชม talk show เดี่ยวไมโครโฟนของโน๊ตอุดมมาแล้ว
ผมซึ่งเคยจะได้เป็นทีมงานเดี่ยว 2 เมื่อสมัยเรียนม.กรุงเทพ ด้วยการแนะนำของพี่แต้ (น้องชายโน๊ตและเป็นปู่รหัสผม)
ไม่เคยได้ชมสด ๆ สักรอบเลย แถมหลัง ๆ ดูแต่แผ่น copy T_T
ได้ดูแผ่นแท้เฉพาะเดี่ยวฯ 5 อิอิ
สิ่งที่เรียนรู้เมื่ออายุปูนนี้ของ อุดม แต้พานิช
-------------------------------------------------------------------------------- * มนุษย์ต้องการสิ่งที่ตนเองไม่มี
* แฟนของคนอื่นมักจะสวยกว่าแฟนของตัวเอง * เวลาที่เราวิ่งมารับโทรศัพท์จากที่ไกลๆ เมื่อถึงโทรศัพท์ เสียงมันมักจะหยุด เราจะช้าไป 1จังหวะ เสมอ * ถ้าแอบรักใครอย่าฝากใครไปบอก บอกด้วยตัวเองจะดีกว่า * เวลาสั่งอาหารไว้นานแล้วยังไม่ได้สักทีให้พูดว่า "ไม่เอาแล้ว" จะ ได้เร็ว * ถ้าเรียกเก็บเงินแล้วไม่มีใครมาเก็บเสียที ให้ลุกขึ้นทำท่า จะกลับทั้งโต๊ะจะมีพนักงานพุ่งมาทันที
* ปลูกต้นลั่นทมไว้หน้าบ้านไม่เกี่ยวอะไรกับความทุกข์ระทมของตัวเราเลย * ระวังคนขายโรตี ที่เพิ่งเดินออกมาจากป่าละเมาะ, พุ่งไม้, ซอกตึก, อย่าตัดสินใจซื้อจนกว่าเขาจะล้างมือ * ไม่มีสัจจะในร้านตัดเสื้อ * ระวังคน ที่แสดงออกว่าเป็นคนดีมากๆ * อย่าซื้อทุเรียนมาปอกเอง * หนังสือดีคือหนังสือที่เราชอบอ่าน, หนังดีคือหนังที่เราชอบดู * อยากให้คนอื่นรู้เรื่องที่เรานินทามากๆ อย่าลืมย้ำบ่อยๆ ว่าอย่าบอกใครนะ * อย่าทิ้งกระดาษชำระไว้ในชามก๋วยเตี๋ยว คนล้างจะเสียความรู้สึก * เรียกยามว่าซีเคียวรีตี้ การ์ด ยามจะตั้งใจโบกรถ * อย่าซื้ออะไรที่ต้องเอามาซ่อมต่อ * รถในเมืองไทยพวงมาลัยอยู่ทางขวา แต่ฝาน้ำมันไม่อยู่ขวาเสมอไป * ไปเที่ยวต่างจังหวัดกับเพื่อนไม่ต้องเอายาสีฟันไปก็ไ ด้ ยังไงเพื่อนต้องมี * อย่าเข้าใกล้หมาตอนกินข้าว * ตลาด อตก. มาจากคำว่า เอเวอรี่ติง เกินราคา * เวลาดูหนังโรง ควรจำว่ากระปุกน้ำอยู่ด้านไหน * ตัดผมวันพุธได้ ไม่บาป * คนไม่กินเนื้อไม่ได้แปลว่าเป็นคนดีเสมอไป * เวลาบ้วนน้ำยาลิสเตอรีน ออกจากปากให้หลับตาด้วย * ปูอัด มันทำจากปลา * กระเพาะปลามันทำมาจากหนังหมู * กินก๋วยเตี๋ยวจากตะเกียบไม้อร่อยกว่า * อย่าไปจ่ายตลาดเวลาหิว เราจะซื้อมาเยอะเกินจำเป็นเสมอ * ในโลกนี้จะชอบมีคนมาทักอยู่ 2 ประเภทเท่านั้น ประเภทแรก อ้วนขึ้นนะ กับประเภทที่ 2ผอมลงนะ ไม่มีใครเข้ามาทักว่าปกติดีนี่ไปทำอะไรมา * คนที่เอาหมวกตำรวจ หรือชุดตำรวจแขวนไว้หลังรถมิใช่เพราะบ้านเขาไม่มีตู้ เขาไม่ได้ลืม เค้าแค่กลัวคนไม่รู้ว่าเขาทำอาชีพอะไร
* คนที่มีรถทะเบียนเลขเดียวเรียงติดกันหลายๆตัว เป็นคนธรรมดาเหมือนกับเรา * คนที่มีความรู้มากๆ เขามักจะใช้ความรู้ขังจินตนาการ * ฟู่ฟ่าเดี๋ยวก็วาย เรียบง่ายอยู่ได้นาน * จงอย่าอิจฉาคนอื่น แต่จงใช้ชีวิตให้คนอื่นอิจฉา * เวลาที่เปิดหนังสือให้เพื่อนดูหน้าที่ตัวเองพูดถึง มักจะหาไม่เจอ * ขนมและน้ำในโรงหนัง จะแพงกว่าข้างนอก 2月9日 ระดับความเมา สถาบันด๊อกเตอร์กุริโกะได้แบ่งระดับความเมาเหล้า
ของมนุษย์ไว้ 5 ระดับ ด้วยกันคือ
ระดับที่ 1: SMART(ฉลาด) เมื่อคนดื่มเหล้าเข้าไปเมาจนถึงระดับนี้ซึ่งเป็นระดับแรก จะรอบรู้ทุกสิ่งทุกอย่างในจักรวาล และมักจะชอบเผื่อแผ่ความรู้ให้ทุกๆ คนในบาร์ ความเป็นจริงทุกอย่างในจักรวาลจะถูกนำออกมาเปิดเผยหมด
ไม่ว่าใครจะพูดเรื่องอะไรคุณจะกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านนั้นพอดิบพอดี และคุณจะรู้สึกว่าทุกๆ
อย่างที่คนอื่นพูดมาจะเป็นเรื่องผิดไปหมด ไม่ตรงกับข้อมูลที่คุณมี จึงจะมีการเริ่มตั้งข้อโต้แย้งต่างๆ กัน
ระดับที่ 2: GOOD LOOKING(ดูดี) คุณจะเริ่มค้นพบว่าคุณมีรูปร่างหน้าตาที่ดูดีที่สุดในละแวกนั้น และทุกๆ คนเริ่มที่จะหันมาสนใจคุณเพราะคุณดูดี แน่นอนคุณสามารถเดินไปคุยกับทุกๆ คนได้ทุกๆ เรื่องด้วย เพราะคุณทั้งดูดี และฉลาด
ระดับที่ 3: RICH(รวย) เมื่อเมาถึงระดับนี้คุณจะค้นพบว่าตัวเองนั้นมีเงินมหาศาล คุณสามารถที่จะเลี้ยงเหล้าทุกคนในบาร์ได้ เพราะคุณมีเงินมหาศาล และถ้าใครพูดอะไรผิดหูคุณสามารถที่จะท้าพนันได้ทุกเรื่องเพราะคุณยังฉลาดกว่าด้วย
นอกจากนี้คุณยังดูดีมากๆ ด้วย
ระดับที่ 4: BULLET PROOF(คงกระพัน) เมื่อเมาถึงระดับนี้ตัวคุณจะมีวิชาคงกระพันแก่กล้ากว่าคนทั่วไป และพร้อมที่จะเข้าห้ำหั่นกับทุกๆ คนได้ เพราะไม่มีใครจะทำอันตรายคุณได้ คุณสามารถท้าพนันตีต่อยกับเพื่อนคุณก็ได้
และคุณก็ไม่กลัวแพ้ด้วยเพราะว่าคุณทั้งฉลาด, ทั้งดูดี, ทั้งรวย และต่อสู้เก่งระดับนักมวยอาชีพ
ระดับที่ 5: INVISIBLE(หายตัว) ระดับความเมาสุดยอด คุณต้องดื่มมากจึงจะเมาถึงระดับนี้ได้ ด้วยความเมาที่ระดับนี้คุณสามารถทำอะไรก็ได้ เพราะไม่มีใครเห็นคุณ จะไปเต้นรำบนโต๊ะ, แหกปากร้องเพลงกลางถนน,
ไล่ตีหัวคนอื่นก็ทำได้เพราะไม่มีใครเห็นคุณ
กินเหล้ามันดีอย่างนี้นี่เอง...อ้าววว ชนนนนน
ปล.
เมื่อคืนเข้านอนเวลาประมาณ 1.45น.หลังจากปิดไฟ หมาหลังบ้านหอนอย่างโหยหวน
ผมเหลือบไปดูทางหน้าต่างหลังห้องนอน และนึกถึงคำพูดผู้เฒ่าผู้แก่ว่า หมาเวลาหอนมี 2 แบบ
หอนธรรมดาจะยืน4ขาหอน ถ้ามันหอนผีจะนั่งแล้วหอน
ใช่ครับ หมาที่ผมเห็นสองตัว มันนั่งหอน และหันหน้าไปทางเดียวกัน...
จากนั้นผมเลยตั้งใจแผ่เมตตาให้ แค่ผมขึ้น สัพเพ (บทแผ่เมตตา) ขนผมลุก และรู้สึกวาป ตั้งแต่ท้ายทอยถึง หลังเลยครับ
เหมือนเป็นปฏิกริยาโต้ตอบมาให้ผมรับรู้เลยว่า เขาได้รับแล้วนะ
จากนั้นไม่ถึง 5 นาที หมาก็หยุดหอน...
1月12日 ศัพท์ขำ ๆแห้ว - อาหารเสริมของคนอกหัก ระกำ - อาหารหลักสำหรับคนช้ำใจ
น้ำตา - สุขหรือเศร้าก็มีเขาเป็นเพื่อนแท้ เรื่องใหญ่ - เรื่องของ KU
เรื่องเล็ก - เรื่องของ..ง เ สื อ ก - ความหวังดีที่ผิดกาลเทศะ ไม่มีใครต้องการ สอด - เป็นชื่อปลาที่น่ารัก ถ้าเป็นกริยาจะน่าถีบ ลาว - คนอ่าน วิสามัญ - กรณีที่ตำรวจทำปืนลั่นใส่คนร้าย ดอกเบี้ย - ดอกไม้ที่ไม่เคยโรยรา ทอง - สูงค่า แต่จะต่ำมากถ้านำหน้าด้วย “ดอก” ปาก - บ้างมีไว้พูด บ้างมีไว้ถากถาง ตีน - ไว้ใส่ปากคนที่ชอบถากถาง กระเทย - เธอทำได้เช่นหญิงทุกอย่าง ยกเว้นออกลูก ป่า - มีน้อยลงทุกวัน แต่ป่าเดียวกันเริ่มมีมากขึ้น แ ร ด - ในป่าหายากใกล้สูญพันธุ์ ในเมืองกลับเกลื่อน เ หี้ ย - วิ่งพล่านยามมีคนโกรธ งู - สัตว์ชนิดหนึ่งพ่อเฒ่านิยมเลี้ยงไว้บนศีรษะ ตีนกา - ตีนสัตว์ที่คุณหญิงไม่ปรารถนา ตำราเรียน - สิ่งที่ใช้หนุนหัวแทนหมอนยามใกล้สอบ ปริญญา - สิ่งที่สังคมไทยใช้วัดค่าของคน เพจเจอร์ - เสียงประหลาดที่ก่อกวนยามดูหนัง โทรฯมือถือ -เครื่องประดับที่วัยรุ่นมีไว้โชว์ว่าข้ารวย $$ ขยะ - แยกประเภทแล้ว Recycle กลับมาใช้ใหม่ได้ ขยะสังคม - ไม่ควร Recycle กลับมาใช้ใหม่ ตอแหล - อาการของคนฉ้อฉลที่บอกว่าตนโปร่งใส เช้าชาม เย็นชาม - วิธีประหยัดงบประมาณของภาครัฐ ม๊อบ - กลุ่มคนที่งานการไม่ทำชอบทำการปิดยึดถนน อภิปรายไม่ไว้วางใจ - การแสดงโต้วาทีระดับชาติ ปาหี่ - การแสดงชนิดหนึ่ง ปัจจุบันหาชมได้ที่รัฐสภา สาดโคลน - การละเล่นชนิดหนึ่งของนักการเมืองไทย หน้าด้าน -อาการดื้อชนิดหนึ่งที่ประชาชนไล่แล้วไม่ยอมไป ธรรมะ - ถ้าตามด้วย “ชโย” ไม่ต้องพูดกัน บ้านนอกหลังเขา - ที่พักของคนเขียน แกว่งปากหาเท้า - งานอดิเรกของคนเขียน ชีวิต - เป็นอะไรที่เลือกได้บ้างไม่ได้บ้าง ความสุข - เป็นช่วงเวลาที่มักจะผ่านไปรวดเร็วเหลือเกิน อก - ในวัยรุ่นมักจะเปราะบางหักบ่อยๆ รัก - ไข้ใจชนิดหนึ่ง มีอาการหลากหลาย ไปดีกว่า... 7月14日 บทเรียนน้ำเน่า + กะเพลาขำ ๆรายการอะคาเดมีแฟนเทเชีย ทีวีคืนวันเสาร์ หนุ่มเหน้าสาวน้อย ร้องเพลงยอดนิยมรุ่นเก่า...
สาวน้อยร้องเพลงรุ่นแม่ ได้ไพเราะจับใจ หนุ่มๆร้องเพลงรุ่นพ่อได้แค่...พอฟังได้ รายการนี้ใช้กติกา “แพ้คัดออก”
และนักร้องสาวคนที่ถูกคัดออกเพราะคะแนนโหวตจากผู้ชมทางบ้าน...น้อยกว่า...
กลับเป็นคนหนึ่งที่ผมคิดว่าร้องได้ดีที่สุด
เช้าวันอาทิตย์ ที่8 กค.50 รายงานผลการคัดเลือก 7 สิ่งมหัศจรรย์โลกยุคใหม่ ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงลิสบอน โปรตุเกส คนจัดตั้งใจเล่นกับตัวเลข 7 กำหนดวันที่ 7 เดือน 7 ปี 2007 ให้คน 100 ล้าน จากทั่วโลกโหวตเลือก 7 สิ่งมหัศจรรย์ กันเอง ดังต่อไปนี้ กำแพงเมืองจีน เมืองเพตรา ในจอร์แดน รูปปั้นพระเยซูคริสต์ ที่บราซิล เมืองโบราณมาชูปิกชู เผ่าอินคา ในเปรู เมืองโบราณ ซีเชน อิตซา เผ่ามายา ในเม็กซิโก
โคลอสเซียม กรุงโรม และทัชมาฮาล ในเมืองอักขรา ของอินเดีย
ทุกแห่งที่โหวตกัน ก็พอรับได้ ถ้าไม่ติดใจกระบวนการโหวตข่าวออกว่า ประเทศที่คนกำลังคลั่งอินเตอร์เน็ตอย่างจีน มีคนโหวตมากกว่าประเทศที่ ไม่ค่อยสนใจอย่าง อังกฤษ อิตาลี และชิลี ในจำนวนมรดกโลก ที่ยูเนสโกขึ้นบัญชีไว้ 851 แห่ง เลือกไว้ 200 แห่ง ตัดออกจนเหลือ 77 แห่ง
และคัดเลือกกันอีกจนเหลือ 21 แห่ง
แล้วก็ใช้คะแนนโหวตตัดสินครั้งสุดท้าย เหลือ 7 แห่ง
ผมขอตั้งข้อสังเกต 7 สิ่งมหัศจรรย์โลกยุคใหม่ ทั้งรูปลักษณะ อายุ ประวัติที่มา...มีความน่าสนใจ...ได้ทั้งคุณภาพและความนิยม
โหวตกันแล้ว ประเทศที่อยู่ในข่ายก็ใช้เป็นเครื่องมือโฆษณา เรียกนักท่องเที่ยว ความเป็นไปจากรายการอะคาเดมี แฟนเทเชีย... และกระบวนการคัดเลือก 7 สิ่งมหัศจรรย์โลก น่าจะบอกอะไรบางอย่างให้กับรัฐบาลไทยที่กำลังตั้งอกตั้งใจปรับสื่อทีวีให้มีคุณภาพ....
สำหรับประชาชนบางสิ่ง...ที่พวกท่านคิดว่าดี...หนักหนา...นั้น บางด้าน...มันก็อาจขัดกับอารมณ์ และความนิยมชมชอบของคนส่วนใหญ่
ทักให้คิดไว้บ้าง...ไม่ตั้งใจจะขัดคอหรอกครับ...ลึกๆผมก็ยอมรับรัฐบาลนี้ ทำทุกอย่างด้วยความตั้งใจดี โลกนี้หมุนเวียนเปลี่ยนไป อยู่ในวงจรกิเลส ตัณหาที่เรียกว่า รักโลภโกรธหลง หนังละครที่บ่นกันว่าน้ำเน่า สะท้อนความจริงจากรักโลภโกรธหลง
พระพยอม วัดสวนแก้ว ท่านสอนว่า เมื่อทุกข์มา ธรรมะเกิด เมื่อปัญหามา ปัญญาก็เกิด ถ้าใช้หลักนี้ ปัญหาจากสื่อทีวี มองอีกด้านก็คือสื่อ...สร้างปัญญา โบราณท่านก็สอน...ดูหนังดูละคร แล้วย้อนดูตัว
ผมอยากเห็นความตั้งใจดี ดำเนินไปโดยไม่คำนึงถึงความเป็นจริง...การอยู่ในโลกอุดมคติมากเกินไป ก็ติดอยู่ในกิเลสข้อท้ายคือหลง...
หลงอยู่ในความดี จนคิดว่าคนอื่นเลว
คนดีใจแคบพวกนี้ มักไปไม่รอด...และหากมีอำนาจ สุดท้ายก็จะนำพาบ้านเมืองไปไม่สมประกอบ
--------------------------------------------------------- กะเพลาขำ ๆ วันนี้งานว่าง จึงจัดแจงซื้อข้าวของมาทำอาหารเที่ยงกินกัน นึกกันง่าย ๆ คือ ข้าวกะเพลาไข่ดาว แต่ด้วยความเบื่อกะเพลา ของผม
จึงอยากทำให้มันไม่ธรรมดา เลยตั้งใจ เปลี่ยนวัตถุดิบในการทำออกบ้าง เช่น ข้าว ใช้ข้าวหอมเมล็ดสั้นของญี่ปุ่น (ที่ใช้ทำข้าวปั้น) หุงด้วยน้ำแร่ aura ฝาเขียวอ่อน... เนื้อนกกระจอกเทศสับ + ไข่เสริมแร่ธาตุ/วิตามิน
ทอดเป็นมะตูม ใบกะเพลาใช้ สองชนิด ๆ แรกก้านม่วง ใช้ใส่ผัดเพราะจะหอมมาก และอีกแบบเป็นใบใหญ่ ไว้ทอดกินโรยหน้าข้าว
พริก และผักต่าง ๆ เป็นผักโครงการ ฯ ปลอดสารพิษ น้ำปลาก็ใช้ โชยุ แทน ^_^'
พ่อครัวคือช่างในร้าน ผมตำพริกกับกระเทียม และอื่น ๆ ส่วนห้องที่ใช้ผัด เป็นห้องทำงาน work shop ห้องตัดไม้และใฃ้ทำงานอื่น ๆ
เพราะครัวผมไม่มีที่ระบายกลิ่น ทำกินขำ ๆ กันทั้งร้าน หน้าตาออกมา ดูดีมาก ทั้งสีสรรและกลิ่น แต่... กินเข้าไปคำแรก ก็เผ็ดจี๊ดเลยครับ...
พริกมันเขียวๆ ทั้งนั้น จะเขียก็ลำบาก ซัดไปเต็มที่เลย...... นึกไปถึงตอนที่ผมตำพริก ก็ทำตาม order ของพ่อครัว(คนอิสาน)
ตอนแรกก็ตำพริกแค่ 2 กำมือ แต่ลูกน้องผมว่าไม่พอสำหรับ 7 คน ผมก็ตำเพิ่มไปเรื่อย ๆ เพลิน ๆ ประมาณ อีก 2 กำมือ กระเทียมใส่เท่ากัน
รสชาตินั้น อร่อยมาก แต่แสบกระเพาะ! ..ฝืนตั้งใจกิน จนหมดจาน หันหน้าไปดูพ่อผมที่นั่งกินในออฟฟิตติดแอร์
นั่งปาดเหงื่อเช็ดน้ำตาตลอด กินเสร็จ ปากแดงเหมือนสาวทาลิปเลย แถมต่อว่ายกใหญ่เรือ่งความเผ็ด แต่ก็กินซะจานเกลี้ยง ผมกินด้วยความอร่อย คือนับถือในสิ่งที่เลือกทำ และเสียดายของ T_T (อิอิ)
แสบสวนคอ และปากเลย ...แต่ก็จบด้วยอีโน 1 ซอง
ไม่น่าผิดพลาดเรื่อง คนทำเล้ย เขากินกันเหงื่อไม่หยด ผมกับพ่อ เผ็ดจนนั่งเอาผ้าเช็ดน้ำตากันเลย T_T
สรุปวันนี้มื้อเช้ากิน ข้าวราดกะเพลา เย็นกินกะเพลาราดข้าว... และคงไม่รับกะเพลาอีกหลายเพลา...
3月23日 แนะนำหนังสือ/หนังครับเมื่อคืนไปดูหนังเรื่อง 300 มา เนื้อหาไม่มีอะไรมาก แต่แฝงนัยยะให้คิดได้บ้าง
ทั้งการเสียสละ ศักดิ์ศรี และความกล้าหาญ เรื่องนี้แสดงถึง ความพลัง แข็งแกร่ง ของนับรบกรีกได้มากที่สุดเท่าที่
เคยดูมา(เพราะมันเวอร์เหลือเกิน300คนสู้เป็นแสน) และฝ่ายเปอร์เซีย ที่มีอำนาจ กิเลสเป็นที่ตั้ง ล้างใจคนด้วยความว่า
"เมตตา" ดั่งพญาแกะดำนำทางแกะขาวที่ตามบอด ผมดูหนังสงครามมาหลายเรื่อง ๆนี้เป็นอีกเรื่องที่โอเคเลยครับ และเหมาะ
อย่างย่งสำหรับคุณผู้หญิงหัวใจคึกคักทั้งหลาย เพราะนักรบกรีกแต่ละคนในเรื่อง สวมแค่กกน. กับผ้าคลุมเท่านั้น อิอิ...
ส่วนเมื่อคืนก่อนเช่าหนังมาดู 2 เรื่องแนะนำกันครับ
เรื่องแรก 8 Mile หนังสะท้อนถึงชนชั้นกรรมกรของอเมริกา ชนชั้นที่สร้างแนวเพลง hiphop funk ฯ การแต่งเพลงจะแต่ง
กันสด ๆ คล้ายเพลงแหล่บ้านเรา (หรือลอกเราไปหว่า) แต่เนื้อหาจะออก หยาบคายประชดประชันสังคม ตามlife style
ของผู้แต่งแต่ละคน เอาMV หนังมาฝากด้วยครับ >>> Clickเลย
เรื่องที่สอง sleepy hollow เรื่องเล่าพื้นบ้านของคนอเมริกา เกี่ยวกับผีหัวขาด (คล้ายแม่นาคบ้านเรา) หนังทำออกมา
ได้หลายรสมาก คลาสสิคดี ทั้งน่ากลัว ตลกขำ ๆ ดำเนินเรื่องดีน่าติดตามตลอด (หลาย ๆ คนอาจจะดูแล้วนะครับ)
หนังสือแนะนำ
เพื่อนผมแนะนำให้อ่านเรื่องนี้ ซึ่งส่วนตัวผมไม่ชอบหนังอินเดียเท่าไหร่ แต่พออ่านแล้ว วางไม่ลงครับ แรก ๆ อาจจะงงนะครับ
เพราะตัวละครเยอะมั่กๆ
มหาภารตยุทธ์
แปลและเรียบเรียงโดย กรุณา-เรืองอุไร กุศลาสัย
เป็นมหากาพย์ที่ยิ่งใหญ่ของอินเดียโบราณ ซึ่งมีอิทธิพลเหนือจิตใจของมวลชนเป็นเวลายาวนาน แม้นรจนามาเป็น
เวลาช้านาน ( ก่อนพุทธกาล ) แต่ในปัจจุบันยังครองอิทธิพลเหนือใจขาวอินเดียอยู่อย่างลึกซึ้ง แม้รามายณะ(รามเกียร)
จะเป็นมหากาพย์ที่ยิ่งใหญ่ และเป็นที่รักของประชาชนโดยทั่วไป แต่อันที่จริงแล้ว ต้องนับว่ามหากาพย์
มหาภารตะต่างหากที่เป็นวรรณกรรมสำคัญที่สุดเล่มหนึ่งในโลก มหากาพย์มหาภารตะมีความยาวมหึมา
เป็นสารานุกรมหรือที่รวมของเรื่องราวปรัมปรา ขนบธรรมเนียม ประเพณี สถาบันสังคม และการเมืองของ
อินเดียในสมัยโบราณ
การอ่านมหากาพย์เล่มนี้ ช่วยให้จิตใจเรามีความเข้มแข็ง สอนให้เราตระหนักถึงความจริงที่ว่า เวรย่อมก่อให้เกิดเวร
ความโลภและการใช้ความรุนแรง มีแต่จะนำมนุษย์ไปสู่ความพินาศหายนะ และการชนะที่แท้จริงนั้น อยู่ที่การชนะ
ธรรมชาติฝ่ายต่ำในตัวของเราเอง...
ในเรื่องอันเกี่ยวด้วย ธรรมะ อรรถะ กามะ และโมกษะ แล้วสิ่งใดที่มีปรากฏในมหากาพย์ชิ้นนี้
อาจจะมีปรากฏในที่อื่น แต่สิ่งใดที่ไม่มีปรากฏ ณ ที่นี้ สิ่งนั้นย่อมจะไม่มีปรากฏในที่อื่นอีก
|
|
|