Krit 的个人资料Notes on insight meditat...照片日志列表更多 ![]() | 帮助 |
|
11月26日 งานแต่งพี่ชายงานแต่งพี่ชาย
คืนวันที่24 พย 50 ที่ผ่านมา ผมไปช่วยงานแต่งงานพี่ชายผมมา
แรกคิดว่า... จะไปกินอาหารอย่างเดียวเท่านั้น แต่สุดท้ายก็ถูกขอร้องให้ไปรับแขก เชิญแขกนั่งโต๊ะให้เป็นสัดส่วน คืนวันที่ 23 พย.50 ผมได้มานอนที่บ้านแม่ เข้านอน เที่ยงคืน
ตื่นมารอบแรก เกือบเที่ยงคืนครึ่ง แม่ (ยังไม่นอน)เข้ามาหาของในห้องส่งเสียงดัง รอบสอง ตีหนึ่งครึ่ง จู่ ๆ พ่อก็ลุกขึ้นมาบอกว่า ลืมซื้อช่อดอกไม้ เพื่อใช้รับตัวเจ้าสาวตอนเช้า.. หลับได้สักพักตีสอง ถึงตีสาม ต้องตื่นอีกครั้ง กับเสียงนอนกลนของพี่ชายผม (ฝั่งซ้าย)และแม่ผม (ฝั่งขวา).. เสียงระดับ dobly stereo เลยทีเดียว หลับได้อีกทีก็ตี สามกว่า แต่ก็นอนอย่างมีความสุข เพราะคงเป็นคืนสุดท้าย ที่ได้นอนรวมครอบครัวกัน
มีทั้งพ่อ แม่ พี่ชายผม และ คิดว่าคงไม่มีโอกาสได้นอนกันแบบนี้อีกแล้ว... ตื่นอีกที ตีห้า รับเจ้าสาวเวลา แปดโมง
และขับเป็นขบวนเพื่อรอฤกษ์ 9.19 น. รถขับตามกันเป็นขี้ปลาทอง อ้อมแล้ว อ้อมอีก...
ถึงบ้านก็ทำพิธีกันแบบจีน ซึ่งค่อนข้างยุ่งยากมาก มีอาม่าแก่ ๆ 2 สองคน (ฝ่ายพ่อกับแม่)บอกพิธี 2คนนี้ เกิดมาต่างถิ่นกัน พิธีก็ตรงกันบ้าง ต่างกันบ้าง เสร็จพิธีช่วงเช้าผมก็ช่วยล้างจาน+เก็บกวาด บ่ายก็เริ่มหากางเกงกับชุด suit ใส่ ฟังอย่างนี้แล้วคิดว่าทำไมผมไม่เตรียมตัว
ผมจัดแจงเรียบร้อยแล้ว แต่ชุดที่ผมเลือกคนอื่นให้เปลี่ยนแบบโน่น แบบนี้ เลยต้องหากันยาว บ่าย15.30 น.ออกจากบ้านถึง โรงแรมดุสิต ก็ 16.00น. ก็รีบเตรียมงาน และแต่งตัวกัน เกือบเวลา 5โมงเย็นแม่ผมดันลืมชุดไว้ที่บ้าน ผมเลยต้องขับกลับไปเอาให้ ฯ ถึงโรงแรมอีกที 6 โมงเย็น ... เป็นเจ้าของงานแท้ ๆ แต่กลับมาช้ากว่าคนอื่นเยอะ คืนนั้น ผมรับหน้าที่รับแขก ฝ่ายเจ้าบ่าว จัดเข้าที่นั่งให้เป็นสัดส่วน เพราะว่าพี่ผมได้ล็อคที่ไว้พอดีแล้ว
ได้ใบตำแหน่งและเบอร์โต๊ะก่อนถึงงานแค่ 5 นาที ... ไปถึงแขกก็มากันประมาณ 20 % แล้ว และญาติฝ่ายพ่อ นั่งกันมั่วมาก ประมาณ กูอยากนี่ ใครจะทำไม...
( ผมไม่ชอบญาติฝ่ายพ่อผมบางคนเป็นอย่างมาก ซึ่งเขาไม่แสดงความเป็นผุ้ใหญ่เลย)
รูปแบบการจัดระบบโต๊ะ เลยเสียไป เยอะ
แขกเข้ามามากมาย ผมจำได้บ้างไม่ได้บ้าง ส่วนใหญ่จำได้ประมาณ 30% ที่เหลือมั่ว
แขกเดินเข้ามามองหน้านึกว่าเป็นญาติกัน ผมก็ทักทายมั่วเลย "สวัสดีครับพี่... เป็นไงครับช่วงนี้สบายดีมั้ย ทำไมสมบูรณ์ขึ้นเยอะเลย (อ้วน)" คุยกันเหมือนรู้จักกันมานาน ทั้ง ๆ ที่กลุ่มคนนั้น เป็นญาติฝ่ายเจ้าสาว T_T ที่หนักสุดคือ
ไปจำเมียนักการเมืองผิด ... นักการเมืองคนนี้รู้จักกับพ่อผมมานานมาก และผมก็รู้จักเขา ตั้งแต่จำความได้ เข้าไปก็ยกมือไหว้ ทักทายกับตามปกติ แต่ที่ไม่ปกติคือ ผมไปสวัสดีเมียใหม่เขา ในชื่อเมียเก่า... โอ๊ย .... เขา(เมียใหม่)มองผมตาแทบถลึง ปากทำท่าเข็ดฟัน ... เศร้า... T_T' และอีกมากมายที่ผมแถไปเรื่อยทั้งคืน ซึ่งปกติผมเป็นคนพูดน้อย ขี้อาย และไม่พูดกับคนที่ไม่รุ้จัก
วันเวลาผ่านไปรวดเร็ว พิธีเสร็จ แต่อาหารยังเสริฟไม่หมด เสริฟช้ามาก... ปกติ 3 ทุ่ม ก็เสริฟอาหารครบแล้ว แต่นี่ 4 ทุ่มกว่าเพิ่งหมด... แขกเริ่มกลับ ผมก็ต้องมายืนปั้นหน้าแถอีกรอบ หน้างาน
สุดท้ายอาหารที่กันไว้สำหรับพวกคนดำเนินงาน-รับแขก ประมาณ 15 คน ก็หมด
เพราะแขกมากันเกินโควต้า 3-4 โต๊ะ ได้มานั่งทานอาหารกันชั้นใต้ดินของโรงแรมดุสิตตอน ห้าทุ่มครึ่ง ส่งเพื่อนแล้วกลับถึงบ้านผมประมาณ ตีสาม
ตื่นมาวันอาทิตย์ทำงานต่อทั้งวัน เฮ้อ... ถ้าหยุดคงไม่ได้เงินนะนี่
งานนี้เป็นบรรยากาศความรักที่อบอุ่น นอกจากเห็นพี่ชายและพี่สะใภ้จะมีความสุขแล้ว
ญาติ ๆ เพื่อน ๆ ที่สองฝ่ายก็ดูมีความสุขสนุกสนานมากมายด้วยครับ
สาระของการแต่งงานไม่ได้อยุ่ที่งานเลี้ยง แต่จะอยู่กับการใช้ชีวิตคู่ต่อจากนี้ไป
รักและเข้ากันให้มาก ๆ มีความสุขสมหวังตลอดนานเท่านานนะครับ ^^
ปล.เห็นพี่ชายผมแต่งงานก็ดีครับ แต่ในงานมีคนมาถามผมมากมาย 85%ว่าจะแต่งเมื่อไหร่ ...
ปีหน้าจะมางานผมนะ ฯ ไม่รู้จะตอบอย่างไรดี ผมได้แต่อั้ม ๆ อึ้ง ๆ บอกเขาไปว่า "ผู้ญที่จะแต่งงานด้วย ไม่ได้หาง่าย ๆ เหมือนเลือกปลาดี ๆ ในตลาดนะครับ" แขกส่วนกลับว่า "งั้นไม่ลองไปหาในทะเลดูล่ะ" ผมก็สวนกลับว่า " งั้นไม่ต้องรอไปหาถึงทะเลก็ได้ หาหน้างานนี่แระ อิอิ" ฮากันเลย
หาแฟนไม่ได้ หรือไม่มีคนอยากคบหว่าเรา T^T 11月19日 สัตว์เลี้ยงบอกนิสัยเลี้ยงสัตว์
ถ้าคุณเลี้ยงแมว
ถ้าคุณชอบแมว รักแมวเป็นชีวิตจิตใจ ลักษณะนิสัยของคุณจะเป็นคนทีรักอิสระเสรี รักตัวเอง ตามใจตัวเองเป็นที่หนึ่ง เป็นคนมั่นใจในตัวเองสูง มักจะไม่ชอบอยู่ในบงการของใคร บางครั้งดูเป็นคนหยิ่งจนน่าหมั่นไส้ เป็นคนช่างเอาอกเอาใจ ขี้อ้อน (เมื่ออารมณ์ดีหรือเมื่อต้องการสิ่งใด) เป็นคนทำงานมีระเบียบเรียบร้อย พิถีพิถัน มีรสนิยมดี เครื่องประดับหรือของใช้มักจะต้องมีแบรนด์เนม หรือถ้าไม่ใช่ก็ต้องมีคุณภาพดีไว้ก่อน บางครั้งคนที่ไม่สนิทอาจมองว่าคุณเป็นคนไม่ค่อยจริงใจ เนื่องมาจากความรักอิสระและความเป็นตัวของตัวเองของคุณ ถ้าคุณเลี้ยงสุนัข “นี่เธอ ดูลูกหมาตัวนั้นสิ น่ารักจังเลย” จากนั้นคุณก็จะเดินเข้าไปดูมัน ลูบหัวลูบหางมันแค่นี้ก็เป็นสุขแล้ว แม้แต่คุณด่างข้างถนนคุณก็รักมัน ขอบเล่นกับมันทุกครั้งที่คุณเห็น ความรักที่คุณมีให้สุนัขเช่นนี้บ่งบอกได้ถึงความรักที่จริงใจของคุณ รักเพื่อนพ้อง มีน้ำใจโอบอ้อมอารี เต็มใจช่วยผู้ที่เดือดร้อน เป็นคนรักความเป็นธรรมดั่งท่านเปา ซื่อสัตย์สุจริต เป็นคนไม่ย่อท้อ หรืออ่อนแอต่ออุปสรรคต่าง ๆ ง่าย ๆ กล้าเผชิญกับปัญหาต่าง ๆ ข้อเสียของคุณคือ อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย เพราะความไม่รู้จักยืดหยุ่นของคุณนั่นเอง ถ้าคุณเลี้ยงปลา มักจะเป็นคนโรแมนติก ช่างฝัน เป็นคนมีความคิดสร้างสรรค์สืบเนื่องมาจากคุณมักจะนำความคิดของคุณมาจัดตู้ปลาอยู่บ่อยๆ เป็นคนสุภาพเรียบร้อย อาจถึงขั้นขี้อาย โกรธง่ายแต่หายเร็ว เป็นคนไม่ทะเยอทะยานมากนัก มักมองโลกในแง่ดี เพราะความช่างฝันของคุณ แต่เห็นน่ารัก ๆ อย่างนี้เถอะ เวลาจะร้ายก็ร้ายนัก ช่างประชดประชันก็ต้องยกให้ที่หนึ่ง ก้าวร้าวขึ้นมาทันทีเมื่อโมโห ถ้าคุณเลี้ยงหนู บ่งบอกได้ถึงความฉลาดเฉลียวของคุณ ปรับตัวง่าย มีมนุษย์สัมพันธ์เยี่ยม ไหวพริบเป็นเลิศ มักเป็นคนพูดน้อย ขยัน รักความก้าวหน้า มีความกระตือรือร้นในสิ่งที่ตนกำลังกระทำเป็นอย่างดี เป็นคนขี้ระแวง ไม่มองโลกด้านเดียว รักอิสระ ประหยัดอดออม ชอบดูแลงานบ้านงานเรือน ตกแต่งบ้านให้น่าอยู่เสมอ และมักจะเป็นนักจอมวางแผน ไม่ว่าการใดมักจะวางแผนล่วงหน้าเสมอ ถ้าคุณเลี้ยงนก สำหรับคุณที่รักนก คุณเป็นคนรักอิสระเหนือสิ่งอื่นใด ทำอะไรตามใจตัวเอง ไม่ชอบการผูกมัดหรือการอยู่กับที่ หรือทำอะไรแบบเดิมนาน ๆ เป็นคนคล่องแคล่วว่องไว มีความกระตือรือร้น เป็นคนรักสวยรักงาม ข้อเสียของคุณคือ ขี้หงุดหงิด จู้จี้ ขี้บ่น เบื่อง่าย ไม่เก็บอารมณ์ ถ้าคุณเลี้ยงกระต่าย คุณเป็นคนประเภทคมในฝัก ข้างนอกขรุขระข้างในต๊ะติ๊งโหน่ง ประมาณนั้น เป็นคนมีปฏิภาณไหวพริบดีเยี่ยม พลิกแพลงสถานการณ์เก่ง จึงสามารถเอาตัวรอดได้ดี เป็นคนสุภาพ อ่อนโยน รักสวยรักงาม รักความสะดวกสบาย คล่องแคล่วว่องไว เป็นคนมีจิตใจมั่นคง โรแมนติก ถ้าคุณเลี้ยงต้อย
คุณอาจะสมองพิการ จากสากกะเบือของคู่คุณได้ T_T
11月11日 ขมคือยาหวานเป็นลม ขมเป็นยา
ยุคจ้านกว๋อของจีน โจวจี้ มหาอำมาตย์แห่งแคว้นฉี ขึ้นชื่อว่า เป็นคนเก่งและเป็นคนดี แถมเป็นชายหนุ่มรูปงาม รัถยา สารธรรม เขียนไว้ในหนังสือ หลักคิดสู่ความเป็นผู้นำ 52 เรื่องราวของเหล่าพญามังกรว่า ความเก่ง ความดี
มีมากน้อย โจวจี้พอประมาณตัวเองได้ แต่ที่ไม่แน่ใจก็คือเรื่องความหล่อ
ช่วงเวลาเดียวกันนั้น มีเสียงร่ำลือถึงคุณชายสี แห่งเมืองเฉิงเป่ย...ว่ารูปงามเป็นอันดับหนึ่ง
วันหนึ่ง โจวจี้ส่องกระจกดูหน้าตัวเองแล้ว นึกถึงคุณชายสีก็ชักไม่แน่ใจ แต่ไม่ได้ถามกระจก หันไปถามภรรยา
“ข้ากับคุณชายสี เธอว่าใครหล่อกว่ากัน”
“พี่ท่านหล่อกว่าคุณชายสีหลายเท่า...” ภรรยาว่า
โจวจี้ยังไม่แน่ใจ...วันต่อมา ก็ถามภรรยาน้อย...ก็ได้คำตอบเดียวกัน
สองเมียพูดตรงกัน กระนั้นโจวจี้ก็ยังไม่เชื่อสนิท เมื่อมีแขกมาหา ถามแขกก็ได้คำตอบว่า “ในแคว้นฉี โจวจี้เป็นชายงาม”
จนกระทั่งวันนั้น...วันที่คุณชายสีผู้ลือชื่อมาหาโจวจี้ถึงบ้าน ระหว่างสนทนา โจวจี้ก็พิจารณา รูปหน้า ปาก คอ จมูก จนถึงฟัน...
โจวจี้ก็เห็นว่า ตัวเองไม่มีอย่างไหนเทียบคุณชายสีได้เลย
โจวจี้สะเทือนใจ ขณะที่ได้พบ...สัจธรรม...สำคัญ
สุภาษิตรากผัก...ของจีน วิสัยมนุษย์ทั่วไป หิวก็หาที่พึ่ง อิ่มก็ปลีกตัวหนี มั่งมีก็ประจบ หมดอำนาจก็ตีจาก
โจวจี้กราบทูลเวยอ๋อง ทั้งเมียหลวงเมียน้อยและแขกที่มาหา บอกว่าข้าพเจ้าหล่อกว่า เพราะต้องการความพึ่งพา
และต้องการความช่วยเหลือ กระหม่อมเป็นมหาอำมาตย์ มีอำนาจบารมี ทั้งเมียหลวง เมียน้อย
คนที่มาพึ่งพาก็ต้องพูดเอาใจเป็นเรื่องธรรมดา
หากไปเทียบกับเวยอ๋อง ผู้ปกครองแคว้น ทรงมีประชาชนมากมาย มีขุนนางทั้งบุ๋นทั้งบู๊หลายพันคน กองทหารหลายแสน
แต่ละวันนางสนมนางกำนัล ขุนนางอำมาตย์ที่ห้อมล้อม พยายามหาแต่เรื่องดีมากราบทูล
สถานการณ์เช่นนี้...เหมือนเวยอ๋องถูกปิดหูปิดตาอยู่ในมหานครใหญ่ จะเป็นอันตรายมหันต์
เวยอ๋องได้สัจธรรม สั่งปิดประกาศให้ทราบทั่วแผ่นดิน...ว่า
ผู้ใดกล้ากราบทูลจุดอ่อนข้อผิดพลาดของท่านอ๋องต่อหน้า จะได้รับพระราชทานรางวัลอย่างงาม
ผู้ใดเขียนคำตักเตือนเป็นลายลักษณ์ จะได้รางวัลระดับสอง
ผู้ใดกล้าวิพากษ์วิจารณ์ท่านอ๋องในที่สาธารณะ จะได้รางวัลระดับสาม
นับแต่นั้น ประชาชนก็เริ่มวิพากษ์วิจารณ์ เวยอ๋องก็ได้รู้เรื่องที่ไม่เคยรู้ นำไปจัดการแก้ไข ราษฎรอยู่เย็นเป็นสุข
ยุคจ้านกว๋อ...ของจีน อยู่ร่วมสมัยพุทธกาล 67 ปีก่อน พ.ศ. จนถึง พ.ศ.322 ครับ
ผู้คนในยุคนั้น เข้าถึงสัจธรรม...ผ่านม่านหมอกแห่งคำหวาน ทะลุไปยอมรับคำพูดจริง ซึ่งมักเป็นยาขม...
นำมาใช้ประโยชน์แก่บ้านเมืองได้
คนโบราณ ก็สอนลูกหลานไทยไว้...เหมือนกัน หวานเป็นลม ขมเป็นยา แต่ผู้ใหญ่มีอำนาจของพวกเรา
ไม่เพียงหลงตัวเองว่าหล่อ ยังดูเหมือนว่า ไม่ชอบกินยา...ชอบแต่ลม. 11月2日 เทวดานอกครูเทวดานอกครู
เทวดานอกครูเทพเจ้าตามคัมภีร์ฮินดูที่พอรู้จักมากมายหลายองค์ สืบสาวกันให้ดีๆ ทุกองค์ไม่ได้มาแบบโดดเดี่ยวองค์เดียว ทุกองค์มีความสัมพันธ์กัน ไม่ด้านใดก็ด้านหนึ่ง
หากถามว่าใครเป็นผู้ให้กำเนิดพระเสาร์ คุณธนาทิต เขียนไว้ในหนังสือ ตำนานเทพเจ้าและอสูรว่ามีอยู่สององค์
พระอิศวร และพระอาทิตย์
คัมภีร์เฉลิมไตรภพ เป็นคัมภีร์ที่ใช้ในทางโหราศาสตร์ เขียนว่าพระเสาร์ มีกำลัง 10 แต่ไม่ใช่ 10 แรงม้า พระเสาร์ขี่เสือโคร่ง
จึงต้องถือว่ามีกำลัง 10 แรงเสือโคร่ง ที่มาของกำลัง 10 เริ่มเมื่อพระอิศวร ท่านเรียกเสือโคร่ง 10 ตัว
มาเสกให้เป็นผงแล้วห่อผ้าสีดำสลัว รดด้วยน้ำอมฤต จึงเกิดเป็นพระเสาร์
คัมภีร์อีกเล่มเขียนว่า พระอาทิตย์มีเมียชื่อนางสัญญา อาจเพราะอาทิตย์ขยันชักรถส่องแสงเวลากลางวัน
แต่ไม่ขยันทำการบ้านกลางคืน นางสัญญาเบื่อหนีไปบำเพ็ญพรต เป็นโยคินี (โยคีหญิง) อยู่ในป่า
แต่กระนั้นนางสัญญาก็ยังห่วงหน้าที่ เนรมิตเงาทำหน้าที่ภรรยาแทน จึงได้อีกชื่อว่านางฉายา พระอาทิตย์หลงรูปจูบเงาอยู่ไม่นาน
ก็เกิดโอรส ชื่อพระเสาร์ คัมภีร์นี้ พระเสาร์เป็นลูกพระอาทิตย์
พระเสาร์มีทั้งปางสองกร และสี่กร ปางสองกร ถือไม้เท้ากับแจกัน (หรือลูกประคำ) ปางสี่กร ถือธนู ทวน และศูล (หอกสั้น)
รูปกายสีดำเป็นนิล มีเปลวรัศมีเจ็ดแฉก นัยน์ตาดุ แต่เคลื่อนไหวไปไหนมาไหนช้า เพราะขาพิการ
เหตุที่ทำให้พระเสาร์ขาพิการ...คัมภีร์บอกว่า พระเสาร์ได้ ชายาขี้หึงมาก
พระชายาทนเห็นพระเสาร์เอาแต่เข้าฌาน ก็คิดว่ามีใจให้หญิงอื่น จึงสาปว่าถ้าพระเสาร์มองผู้ใด
(ตั้งใจให้เป็นผู้หญิง) ขอให้ผู้นั้นวิบัติ
ในวันที่พระอิศวรใช้เทวฤทธิ์สร้างพระโอรสองค์หนึ่งเป็นจอมทัพ ปราบอสูร ทวยเทพเทวัญทั้งชั้นฟ้า
ก็เสด็จไปร่วมแสดงความยินดี งานระดับไฮโซฯอย่างนี้ พระเสาร์ก็ต้องไป
พระอุมาเห็นพระเสาร์ เอาแต่ก้มหน้า ไม่ทรงเชื่อว่าคำสาปของพระชายาพระเสาร์จะขลัง ออกปากอนุญาตให้พระเสาร์
มองพระโอรสได้ พระเสาร์รู้เภทภัย...จะถึงตัว ขอให้พระยมช่วยเป็นพยาน แล้วก็เหลือบตามองพระโอรส
ทันทีนั้นเศียรพระกุมารก็มอดไหม้ เป็นจุณ ความเสียพระทัย พระอุมาลืมองค์ โกรธพระเสาร์ ชี้ไปที่ขาซ้ายพระเสาร์
พระเสาร์จึงกลายเป็นเทพขาพิการ ไปด้วยประการฉะนี้
ส่วนพระโอรสที่เศียรขาด คัมภีร์เล่มนี้เขียนว่าพระวิศวกรรม อาสาไปตัดหัวช้างมาต่อ พระอิศวรก็ทรงชุบชีวิตให้ นี่คือที่มา...
ของเทพเจ้าแห่งมวลชนองค์สำคัญ ชื่อ...พระคเณศ
เทพเจ้าบนชั้นฟ้าแต่ละองค์ท่านก็มีความสัมพันธ์กันอย่างนี้แหละครับ...ถ้าไม่มีพระอาทิตย์ ก็คงไม่มีพระเสาร์
ถ้าไม่มีพระเสาร์ วันนี้เราคงไม่มีพระคเณศ เทพเจ้าประหลาดตัวเป็นคนเศียรเป็นช้าง
เหล่านี้คือเรื่องราวของเทพเจ้า ที่บันทึกเป็นหลักฐานในคัมภีร์โบราณ ตั้งแต่สมัยหลายพันปีที่แล้ว
ส่วนเทพองค์ที่เพิ่งมามีชื่อ เมื่อสักยี่สิบปีที่ผ่านมา ซื้อขายเหมือนสินค้าขายดีในวันนี้ ถ้ายึดหลักโบราณ
ก็ต้องว่าเป็นเทพนอกตำรา เทวดานอกครู
แต่ถ้าอัญเชิญท่านมาแล้ว...ไม่จน ก็ไม่เป็นไร แต่ถึงวันที่เกิดจนขึ้นมา ซื้อแพงแล้วขายท่านไม่ได้
เพราะหมดกระแสปั่น ก็เป็นเรื่องตัวใครตัวมัน! กรรมใครกรรมมัน!
ปล. อัพสเปชช้าไป 1 อาทิตย์ เพราะว่า เข้าสเปชไม่ได้เลย ไม่รู้ว่า เครื่องเสียง หรือ เมนสเปชล่ม ^^'
|
|
|