Krit 的个人资料Notes on insight meditat...照片日志列表更多 ![]() | 帮助 |
|
1月25日 การสร้างแบรนด์ เบ เบ เริ่มต้นเข้าใจสินค้า
เริ่มต้นเข้าใจตัวเอง
ฝากไว้ให้กับเพื่อน ๆ และน้องที่สนใจการทำแผนการสร้างแบรนด์ อย่างง่าย ๆ ครับ
เริ่มต้นอย่างไรคงเป็นคำถามยอดฮิตสำหรับผู้เริ่มต้น การเรียนรู้จึงเป็นสิ่งสำคัญ การเริ่มต้นที่ง่ายที่สุดก็คือการเรียนรู้ตนเอง หรือสินค้าของเราเพื่อพัฒนาไปสู่กระบวนการ "สร้างแบรนด์" มันหมายถึงการสร้างชื่อเสียง บริการ ฯ อย่างเป็นรูปธรรม อย่างสมเหตุสมผลเหมาะสมที่สุดภายใต้เงื่อนไขต่าง ๆ แนวทางนี้ ช่วยให้เรามีอิสระในการเป็นผู้นำตลาด ไม่ต้องตามใคร
กรณีศึกษาการสร้างแบรนด์แบบพอเพียงของกิจการชั้นนำ
เช่น เครือซีเมนต์ไทย ( SCG ) ธนาคารกรุงศรีอยุธยาและดอยตุง แบรนด์ที่แข็งแกร่ง
เราจะทำการขายได้อย่างรวดเร็วและไม่ยากเย็น ลูกค้าจะรู้ว่าจุดยืนเราคืออะไร ก่อนนำเสนอ นี่คือวิธีที่จะช่วยให้ธุรกิจของคุณมีแบรนด์ที่สามารถช่วยส่งเสริมการขายได้
นี่คือเคล็ดลับสำหรับการปรับแต่งเครื่องมือ สร้างบุคลิคให้กับแบรนด์ซึ่งจะทำให้แบรนด์ มีชีวิตและเติบโตอยุ่เสมอ
1. กำหนดบุคลิก(แนว)ของคุณ
แบรนด์จะบ่งบอก ถึงพันธสัญญาที่คุณมีต่อลูกค้า รวมถึงการตัดสินจากลูกค้าว่าคุณจะทำตาม พันธสัญญานั้นได้ดีแค่ไหน แบรนด์ที่ประสบความสำเร็จจะกลายเป็นความผูกพันทางจิตใจซึ่งสร้างความภักดีให้เกิดกับลูกค้า
ซึ่งประกอบขึ้นด้วย โลโก้ โทนสี ข้อความต่าง ๆ สโลแกน
องค์ประกอบของการออกแบบและอื่น ๆ ให้ลองคิดว่าแบรนด์เป็นบุคลิคขององค์กรคุณ กำหนดมันขึ้นมา แล้วโลโก้รวมทั้งข้อความทางการตลาดอื่น ๆ จะตามมาเอง
ในการสร้างแบรนด์ของคุณ ให้เริ่มด้วยการคิดออกมาให้ชัดเจนว่าคุณขายอะไรและทำไมลูกค้าต้องเลือกสินค้าหรือบริการของคุณ
ระบุพันธสัญญาที่คุณมีต่อลูกค้าของคุณ เช่น คุณอาจผลิตเครื่องดูดฝุ่น แต่ในความจริงแล้ว ที่คุณกำลังขายคือวิธีการที่ดีกว่าในการทำความสะอาดบ้าน
และต้องกำหนดสิ่งที่ทำให้สินค้าของคุณเป็นที่ต้องการของลุกค้าเป้าหมายของคุณมากกว่าสินค้าของคุ่แข่ง เพื่อช่วยในการสร้างโลโก้และข้อความ
คุณอาจขอความช่วยเหลือจากกลุ่มที่ให้คำปรึกษาสำหรับธุรกิจขนาดเล็กโดยไม่หวังผลกำไรที่มีอยู่มากมายก็ได้
และอาจจะเรียกคนในครอบครัว พนักงาน หรือเพื่อน ๆ เพื่อระดมความคิดเกี่ยวกับข้องความ และ อย่าลืมสำรวจความคิดเห็นของลุกค้าด้วย เพราะคุณต้องการจะยกระดับวิธีที่พวกเขามองมาหาคุณ
2. เรียนรู้เพื่อการลดต้นทุน
ผู้ประกอบการ เจ้าของกิจการที่เริ่มต้นใหม่ ๆ จะต้องให้ความสำคัญกับ "การเรียนรู้จากผู้ที่ประสบความสำเร็จ"ก่อน เราต้องเรียนรู้จากผู้นำในธุรกิจนั้น ๆ โดยเฉพาะการติดตาม "ผลิตภัณท์" หรือ "สินค้า" นั้น ๆ ของต่างประเทศอย่างใกล้ชิด
คือเราต้องติดตามรูปแบบหรือดีไซน์ใหม่ ๆ อะไรสวย อะไรดี เราก็ทำตาม
เขาทำอะไรออกมาก็ทำตาม แต่ต้องนำมาประยุกต์ดัดแปลงกันต่อไป จะเรียกว่า "ตามกระแส" ก็ไม่ผิด ทำให้เราลดต้นทุนทางความคิดลงไปมาก
จากนั้นเราก้มุ่ง " การผลิตสินค้าให้ขายดี" โดยอาศัย "ราคาขาย" เป็นจุดดึงดูดให้ลูกค้าสนใจซื้อ ราคาขายที่ถูกกว่าคุ่แข่ง
จะเป็นจุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจที่ได้ผลแต่เราจะตั้งราคาให้ถูกกว่าคุ่แข่งได้ ก็ต่อเมื่อเรามีต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่า
จึงต้องให้ความสำคัญกับ "การลดต้นทุนในกระบวนการผลิต"
ดังนั้นการมีความรู้ความเข้าใจ
และความสามารถในการบริหารการผลิด ( Production Management ) หรือบริหารการปฏิบัติการ ( Operation Management ) จึงเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการลดต้นทุนสร้างคุณภาพและความได้เปรียบในการแข่งขัน
3. เข้าใจการสร้างคุณภาพ
ต้นทุนหรือราคาขาย เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้นที่ทำให้เราได้ "ลูกค้า" แต่คุณภาพของสินค้าจะเป็นตัวตัดสินความยั่งยืนของธุรกิจ (ความอยู่รอดและเติบโตอย่างต่อเนื่องในระยะยาว) เป็นที่มาของ "ลูกค้าประจำ"
หลาย ๆ กิจการที่ยึดหลักตีหัวเข้าบ้าน หรือมุ่งหวังเพียงกำไรในระยะสั้น ๆ จึงต้องเลิกกิจการไปภายในเวลาไม่นานนัก
การสร้างคุณภาพจะต้องเริ่มจากการรู้ถึงความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง และมุ่งเน้นในการปรับปรุงกระบวนการผลิตให้เป็นที่พอใจของลุกค้า หรือเป็นไปตามมาตาฐานที่ยอมรับกัน 4. เอกลักษณ์การออกแบบ
เมื่อเรามี " คุณภาพ" แล้ว แม้จะทำให้ธุรกิจของเรามีโอกาสที่จะอยุ่รอด แต่ภายใต้ความกดดันของการแข่งขันที่สูงมากในตลาด และความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค ที่มีแนวโน้ว "เบื่อเร็ว" ในปัจจุบัน ทำให้เราต้องมี " การออกแบบ"
เพื่อสร้างความแตกต่างให้แก่สินค้าเรา ให้แตกต่างจากคู่แข่ง ทำให้ลูกค้า
สามารถแยกแยะและจดจำในรุปแบบและคุณสมบัติต่าง ๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวสินค้าของเราได้ " วิถีแห่งการสร้างแบรนด์ต้องลงมือทำครับ "
ปล.นอกตำรา
5. ดวง
ข้อนี้นอกตำรา เคยมีอาจารย์ม.ธรรมศาสตร์ท่านนึงกล่าวว่า มันอยู่เหนือทุกสิ่ง แต่หลายคนกลับส่งสัยว่า ทำไมพวกฝรั่งไม่ได้ดูดวง หรือสนใจเรื่องนี้ ก็รวยเอา ๆ ไม่ผิดครับ ที่คนเหล่านั้นจะประสบความสำเร็จแต่ก็ไม่ใช่ทุกองค์กรจะสมหวังเสมอไป ข้อนี้ฝากไว้คิดเล็กๆ เพราะส่วนตัวเคยเห็นคนเก่งมากต่อมาก
ที่ล้มเหลว ฯ ดั่งสุภาษิตว่า "ความรู้ท่วมหัว เอาตัวไม่รอด" แข่งอะไรก็แข่งได้ แต่แข่งบุญบารมี นั้นแข่งยาก ( ไม่อยากมีข้อนี้ขึ้นมาให้ขัดใจเลยเหอ ๆ)
1月19日 ครั้งบ้านเมืองดีวานก่อนได้ชม DVD พระนเรศวร มองแล้วฉุดคิดถึงเหตุบ้านการเมืองไทยในปัจจุบัน
จึงขอหยิบเรื่อง Blog นี้มาให้อ่าน และคิดกันครับ
คำว่า เมื่อครั้งบ้านเมืองดี ปลายสมัยอยุธยา หมายถึงสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ
คำให้การขุนหลวงหาวัด บรรยายไว้ว่า อันพระญาติวงศา และเสนาอำมาตย์ทั้งปวง
ก็อยู่เย็นเป็นสุขทุกราตรี ทั้งเศรษฐีคหบดีพ่อค้า วาณิชมาต่างประเทศ ซื้อง่ายขายดี
ทั้งสำเภาแขกฝรั่งอังกฤษจีนจามอะรัมมนี และสุรัดพ่อค้า มาขาย
จอดสำเภาเรียงรายอยู่ที่หน้าท่านั้น เป็นอันมากมายหนักหนาทั้งอาณาประชาราษฎร์ทั้งปวง ก็เกษมสุขทั้งกรุงศรีอยุธยา
สภาพ “บ้านเมืองดี” เริ่มเปลี่ยนไป เพราะการเมืองไม่ดี
พระเจ้าอุทุมพร ลูกพระเจ้าแผ่นดินองค์เก่ง ลี้ภัยการเมืองหนีไปบวช อำนาจไปตกอยู่ในมือองค์ ์ไม่เก่ง พระเจ้าเอกทัศน์
ต้น พ.ศ.2308 พม่ารู้ว่าไทยอ่อนแอ ก็ทดสอบชิมลาง ด้วยการส่งทหารทางเหนือ 5 พันคน ทางตะวันตก 5 พันคน
ใช้วิธีรบแบบกองโจร รุกเขยิบเข้ามาเรื่อยๆ
วันอังคารขึ้น 9 ค่ำ เดือน 5 วันเนาว์สงกรานต์วันกลาง เวลาสองทุ่ม (พ.ศ.2310) พม่าใช้ทหาร 6 หมื่นคน
เริ่มสุมไฟกำแพงพระนคร...พอกำแพงทรุด ก็บุกเข้า อยุธยา
ความในพงศาวดาร กล่าวว่า
จุดเพลิงขึ้นทุกตำบล เผาเหย้าเรือน อาวาส และพระราชวัง ปราสาทราชมณเฑียร แสงเพลิงสว่างดังกลางวัน
แล้วเที่ยวไล่จับผู้คน ค้นริบเอาทรัพย์สินเงินทองสิ่งของทั้งปวง ปืนใหญ่น้อยพันสองร้อยเศษ ปืนนกสับหลายหมื่น
บุษบกทองคำ ที่ตั้งอยู่ในมุขโถงพระที่นั่งสรรเพชรมหาปราสาท พระแท่นบัญญงคกาญจน- เนาวรัตน์ 3 ชั้น สูง 3 ศอก
ปักนพดลเศวตฉัตร ทำด้วยทองนพคุณ ประดับเพชรและพลอย ต่างๆ ครบ 9 สี ทองคำที่หุ้มหนักรวม 55 กิโลกรัม
ลงยาราชาวดีทองคำหุ้มพระศรีสรรเพชุดาราม 168 กิโลกรัม พระทอง พระหุ้มทอง นับพันกิโลกรัม
พระโกศทองหนัก 12 ชั่ง พระลองทองใหญ่เป็นเฟืองกลีบจงกลประดับพลอย มียอดเก้ายอด
เชิงนั้นมีครุฑและสิงห์อัด ทองหนัก 25 ชั่ง รวม 37 ชั่ง ใช้ทรงสมเด็จพระเจ้าบรมโกศ อีก องค์หนึ่งขนาดเดียวกัน 37 ชั่ง
ให้ทรงพระอรรคมเหสีสองพระโกศรวมกัน 74 ชั่ง
ทองคำหนักเท่าองค์พระมหากษัตริย์ทุกรัชกาล องค์หนึ่ง ประมาณ 60 กิโลกรัม เฉลี่ย 30 องค์ 1,800 กิโลกรัม
ทรัพย์สินมีค่าประมาณไม่ได้เหล่านี้ พม่าราว 2.5 หมื่นคน ใช้เวลาเก็บถึง 90 วัน แล้วก็ขนเอาไป
พร้อมด้วยเชลยไทยอีกกว่า 3 หมื่นคน
การสงครามชิงเมืองสมัยโบราณ ผู้ชนะจะหยิบฉวยอะไรไป เป็นเพชรเป็นทองมากน้อยแค่ไหน
ก็เป็นชิ้นเป็นอัน พอเห็นพอนับกันได้
การสงครามชิงเมืองสมัยใหม่...ประเทศศัตรู จู่โจมด้วยราคาน้ำมัน แล้วก็ตามด้วยค่าเงิน ซ้ำด้วยหุ้น
ความเสียหายแต่ละครั้ง นับกันแล้ว ไม่น้อยกว่าอยุธยาถูกพม่าปล้น
ความต่างคงมีอยู่ที่ สงครามสมัยใหม่ บ้านเมืองและผู้คนหมดตัวแล้ว ยังไม่รู้ตัวว่าถูกปล้น
บางบ้านเมือง ข้าศึกรุกมาจ่อถึงคอหอยแล้ว ดูเหมือนจะยังทะเลาะกันไม่จบ ว่าจะเอาใครมาเป็นนาย๊กกก.
คิดแล้วก็.. กลับบ้านไปเลี้ยงกวางดีกว่า...
1月12日 ศัพท์ขำ ๆแห้ว - อาหารเสริมของคนอกหัก ระกำ - อาหารหลักสำหรับคนช้ำใจ
น้ำตา - สุขหรือเศร้าก็มีเขาเป็นเพื่อนแท้ เรื่องใหญ่ - เรื่องของ KU
เรื่องเล็ก - เรื่องของ..ง เ สื อ ก - ความหวังดีที่ผิดกาลเทศะ ไม่มีใครต้องการ สอด - เป็นชื่อปลาที่น่ารัก ถ้าเป็นกริยาจะน่าถีบ ลาว - คนอ่าน วิสามัญ - กรณีที่ตำรวจทำปืนลั่นใส่คนร้าย ดอกเบี้ย - ดอกไม้ที่ไม่เคยโรยรา ทอง - สูงค่า แต่จะต่ำมากถ้านำหน้าด้วย “ดอก” ปาก - บ้างมีไว้พูด บ้างมีไว้ถากถาง ตีน - ไว้ใส่ปากคนที่ชอบถากถาง กระเทย - เธอทำได้เช่นหญิงทุกอย่าง ยกเว้นออกลูก ป่า - มีน้อยลงทุกวัน แต่ป่าเดียวกันเริ่มมีมากขึ้น แ ร ด - ในป่าหายากใกล้สูญพันธุ์ ในเมืองกลับเกลื่อน เ หี้ ย - วิ่งพล่านยามมีคนโกรธ งู - สัตว์ชนิดหนึ่งพ่อเฒ่านิยมเลี้ยงไว้บนศีรษะ ตีนกา - ตีนสัตว์ที่คุณหญิงไม่ปรารถนา ตำราเรียน - สิ่งที่ใช้หนุนหัวแทนหมอนยามใกล้สอบ ปริญญา - สิ่งที่สังคมไทยใช้วัดค่าของคน เพจเจอร์ - เสียงประหลาดที่ก่อกวนยามดูหนัง โทรฯมือถือ -เครื่องประดับที่วัยรุ่นมีไว้โชว์ว่าข้ารวย $$ ขยะ - แยกประเภทแล้ว Recycle กลับมาใช้ใหม่ได้ ขยะสังคม - ไม่ควร Recycle กลับมาใช้ใหม่ ตอแหล - อาการของคนฉ้อฉลที่บอกว่าตนโปร่งใส เช้าชาม เย็นชาม - วิธีประหยัดงบประมาณของภาครัฐ ม๊อบ - กลุ่มคนที่งานการไม่ทำชอบทำการปิดยึดถนน อภิปรายไม่ไว้วางใจ - การแสดงโต้วาทีระดับชาติ ปาหี่ - การแสดงชนิดหนึ่ง ปัจจุบันหาชมได้ที่รัฐสภา สาดโคลน - การละเล่นชนิดหนึ่งของนักการเมืองไทย หน้าด้าน -อาการดื้อชนิดหนึ่งที่ประชาชนไล่แล้วไม่ยอมไป ธรรมะ - ถ้าตามด้วย “ชโย” ไม่ต้องพูดกัน บ้านนอกหลังเขา - ที่พักของคนเขียน แกว่งปากหาเท้า - งานอดิเรกของคนเขียน ชีวิต - เป็นอะไรที่เลือกได้บ้างไม่ได้บ้าง ความสุข - เป็นช่วงเวลาที่มักจะผ่านไปรวดเร็วเหลือเกิน อก - ในวัยรุ่นมักจะเปราะบางหักบ่อยๆ รัก - ไข้ใจชนิดหนึ่ง มีอาการหลากหลาย ไปดีกว่า... 1月4日 รับปีใหม่ 51สวัสดีปี Golden Micky 2551 ครับผม ปีใหม่ปีนี้ไปเที่ยวไหนกันมาบ้างครับ แฮปปี้มีสุขกันรึเปล่า ปีนี้พยากรณ์ไว้ขำ ๆ เลย...อย่างที่รู้กันว่า พรรคพลังประชาชนจะได้เป็นรัฐบาลแล้ว ก้ต้องมีเทคนิค อัดฉีดเงินเข้าไปในระบบ เศรษฐกิจอย่างแน่นอน มุขเก่า ที่ทำให้เงินคงคลังแทบเกลี้ยง ซึ่งมีผลทำให้เศรษฐกิจ ปีนี้ จนถึง ปีหน้า จะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดครับ ที่ผมเคยเขียนไว้เมื่อเดือน สิงหา 50 ว่า บรรหารอาจได้เป็นนายก ซึ่งก็ไม่แน่ครับ เพราะคนส่วนมากที่เลือกพลังประชาชน เขาไม่ค่อยชอบสมัครเท่าไหร่กัน คุณทักษิณ คงได้ส่งคุณ ญ อ้อ มาคุมเกมส์แทนอย่างแน่นอน จบข่าว (to be continue thai x )
วันที่ 1 มค. ยังได้ไปช่วยสวดรับปีใหม่กับวัดแห่งหนึ่ง ในต.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี (จำชื่อวัดไม่ได้ )
เป็นวัดที่เงียบสงบ มีเจดีย์ตั้งอยู่บนยอดเขา ด้านล่างเป็นกุฏิ สุขา ถ้ำ (สำหรับพระภิกษุ มาปักกลด ) และที่ไม่ธรรมดาของวัดนี้อีกอย่างคือ เจดีย์ที่สร้างขึ้นบนยอดเขา เป็นฝีมือของพระ จำนวน 5 รูป ยอดเขาสูงประมาณ บันไดปกติ 500 ขั้น (สักตึก20 ชั้น ) ภายในบรรจุรอยพระพุทธบาท ฯ พระต้อง แบก อิฐ แบกหิน ปูน ทราย ขึ้นไปสร้าง ที่หนักสุดก้เป็นเครื่องโม้ เครื่อง ผสมปูน น่าอนุโมธนาแท้ ผมเห็นบันไดทางขึ้นแล้ว นึกในใจว่า แบกไปได้ยังไง ทางชันมาก
ปัจจุบันสร้างสมบูรณ์ 92.5% เหลือเพียงตกแต่ง ติดกะเบื้องภายนอก นิดหน่อย และวัดนี้ เขาสวดมนต์รับปีใหม่ 9 วัน 9 คืน ติดต่อกัน ตั้งแต่วันที่ 24 ธค. 50 - 2 มค. 51
มีพระมาสลับสับเปลี่ยนกันมากมาย กลุ่มวัดผม ก้ได้ไปสวดแค่ ชม. กว่า ๆ เพราะต้องมีกิจกรรมอย่างอื่นทำต่อ ...
ลืมบอกไปว่า ผมจะบวช พระ อย่างพร้อมใจ ในวันเสาร์ที่ 12 เมษายน 2551 นี้ด้วยครับ ที่บอกว่าพร้อมใจคือ ผมเคยบวชพระมาแล้ว 2 ครั้ง แต่ ครั้งแรกนั้น ปี 41บวชอย่างขอไปที ตั้งใจบวช สัก 70% บวชในวัดที่กทม. แต่ปฏิบัติตัวยังไม่ดี ไม่เหมาะเลยครับ บวชครั้งที่สอง ปี 49 บวชที่วัดสมเด็จเจริญ จ.กาญจนบุรี บวชครั้งนี้ ผมอยากบวช 100 %
แต่สภาพแวดล้อม ไม่ชวนบวช คือ พ่อแม่พึ่งรับรู้ว่าผมจะบวช เมื่อคืนก่อนวันที่ผมจะบวช 1 คืนเท่านั้น ( เหมือนผมหนีบวชด้วย ) เพราะพ่อแม่เป็นชาวจีน อยากให้ผมทำงานมากกว่าไหเสียเวลากับเรื่องพวกนี้ แถมปี 49 เพิ่งอกหักหมาด ๆ แล้ว บวช ร้อนผ้าเหลืองมาก ๆ
อยากแนะนำใครที่อกหักแล้วไปบวช ไม่ดี ๆ แย่จริง ๆ
เลยคิดจะขอแก้ตัวบวชอีกครั้ง แบบสบายใจ ให้ใจพร้อม พ่อแม่ การงาน เอื้ออำนวย ฯ
ซึ่งตอนนี้พ่อแม่ก็ ok แล้วครับ
แค่คิดก็สุขใจ ทำไมรู้สึก โปร่ง โล่ง สบายใจแท้ แฮะ... เหอ ๆ
เป็นชายสามโบส์ถเสียแล้วเรา...
|
|
|